เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยเพื่อคนไทย "You are what you eat =
เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
กำจัดไขมัน 3-10 กิโล สะโพก ขา หน้าท้อง ตามหลักการแพทย์ ผอมถาวร!! ไม่ต้องใช้ยา!! เพื่อสุขภาพที่ดี  

หน้าแรก

คิดว่าอยากเปลี่ยนตัวเองแล้วหรือยัง แก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะสาย เกินไป คลิกดูสิคะ!!!!

โรงพยาบาล
เครือโรงพยาบาลพญาไท
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์
โรงพยาบาลศรีวิชัย
เรื่องน่ารู้ในโรงพยาบาลชุมชน
โรงพยาบาล มงกุฏวัฒนะ
โรงพยาบาลกรุงเทพ
โรงพยาบาลกรุงธน
โรงพยาบาลกลาง [กรุงเทพฯ]
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานแพทย์ใหญ่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โรงพยาบาลลาดพร้าว
โรงพยาบาลวิภาวดี
โรงพยาบาลศรีนครินทร์ [ขอนแก่น]
โรงพยาบาลศรีนครินทร์ [กรุงเทพฯ]
โรงพยาบาลศิริราช
โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ [ชลบุรี]

 

 


20 วิธีรักษาสุขภาพใจ

เมื่อชีวิต "ล่ม"

คุณเคยประสบเหตุการณ์ "ชีวิตล่ม" หรือไม่ ช่วงเวลาที่คุณรู้สึกว่าไม่เหลืออะไรอีกแล้วในชีวิต หัวใจปวดชาและไม่ว่ามองไปทางไหนก็เหมือนมีหมอกซึมเศร้าครอบคลุมไปทั่ว คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักธุรกิจพันล้านจึงประสบเหตุการณ์เช่นนี้ การสูญเสียบุคคลที่รัก หรือการต้องผ่านเหตุการณ์อันเลวร้ายก็เพียงพอที่จะให้ทำคุณสงสัยว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกหรือ?
ดอกเตอร์ซูซาน ซอกกลิโอ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา แนะนำ 20 วิธีต่อไปนี้ เพื่อให้คุณสามารถทำใจและก้าวไปข้างหน้ากับชีวิตได้

1. ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง อย่าพยายามผลักอารมณ์หรือความรู้สึกออกไป ขั้นแรกของการรักษาสภาพจิตใจก็คือการที่คุณแยกแยะอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า ความโกรธ ความรู้สึกผิด หรือความรู้สึกอื่นๆ จงยอมรับเมื่อมันเกิดขึ้น

2. กำหนดเวลาสงบ ทำหน้าที่ในแต่ละวันของคุณให้เสร็จ และกำหนดเวลา 15 นาทีในแต่ละวันให้เป็นเวลาสงบ ควรจะเป็นเวลาเดียวกันทุกวันหากทำได้ ระหว่างวันควรให้เวลาตนเองได้อยู่เงียบๆเช่นไปเดินเล่นคนเดียว หรือเขียนบันทึก

3. แสดงความรู้สึกของคุณออกมา ให้สังเกตุและศึกษาอารมณ์ของตัวเอง แล้วถ่ายทอดออกมา ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบันทึก บทกลอน จดหมาย หรือการวาดภาพ

4. สร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือเข้ากลุ่มกับผู้ที่มีประสบการณ์เดียวกันเพื่อแชร์ความรู้สึกของคุณ เปิดกว้างต่อความรักและความห่วงใยที่มีอยู่รอบตัวคุณ อย่าคิดว่าคุณอยู่ตัวคนเดียว


5. สร้างเครื่องเตือนความทรงจำ หากคุณสูญเสียคนที่เป็นที่รักไป ให้ทำสิ่งเล็กๆน้อยที่ช่วยให้คุณระลึกถึงผู้ที่จากไป เช่น คุณอาจจะจัดทำสมุดบันทึกภาพหรือวิดีโอเกี่ยวกับผู้ซึ่งจากไป แล้วแจกจ่ายให้เพื่อนหรือญาติๆ


6. สร้างสิ่งอุทิศกับสิ่งที่คุณเสียไป ซึ่งอาจจะเป็นบ้านหรือตึกที่ทำงาน โดยการทำอัลบั้มภาพรวมเรื่องราวที่มีความหมายพิเศษ


7. หาวัตถุแทนค่าทางใจ อาจเป็นสิ่งของที่มีความหมายพิเศษและทำให้คุณรู้สึกว่าได้อยู่ใกล้กับสิ่งที่คุณสูญเสีย ซึ่งจะเป็นสิ่งที่คุณจะทนุถนอมไว้ในใจตลอดไป


8. ถ่ายทอดความรัก หนึ่งในการให้เกียรติชีวิตที่สูญเสียไปก็คือ การถ่ายทอดและเผือแผ่ความรักไปยังผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม ให้กำลัง หรือเป็นที่ปรึกษาใหัผู้อื่นเพื่อสร้างความรู้สึกทางบวกให้ตนเอง


9. ทำกุศลกรรมในชื่อของคนรักของคุณที่จากไป คุณอาจจะก่อตั้งมูลนิธิหรือกองทุนเพื่อสิ่งที่ผู้ที่จากไปนั้นรัก หรือให้ความสำคัญ


10. แสดงความมีน้ำใจในที่ทำงาน หากคุณสูญเสียเพื่อนร่วมงาน คุณอาจจะทำโดยไม่ต้องออกชื่อก็ได้


11. บอกเล่าเรื่องราวของคุณ เพื่อว่าผู้อื่นที่ประสบเหตการณ์เดียวกันจะได้ไม่รู้สึกเดียวดาย


12. กอดและปลอบโยนผู้ซึ่งกำลังเศร้าโศกจากการสูญเสีย


13. ช่วยเหลือ เช่นการรับเอาสัตว์จรจัดมาเลี้ยง


14. สนุกสนานกับสิ่งเล็กๆน้อยๆ เช่นการแสดงดนตรี หรือเกมกีฬา


15. พูดคำขอบคุณให้มากขึ้นที่โต๊ะอาหาร


16. กอดลูกๆ ของคุณ ไม่ว่าพวกแกจะโตแค่ไหนแล้วก็ตาม


17. มีความอดทนกับทุกๆคนที่คุณพบให้มากขึ้น


18. แสดงความรักให้บ่อยขึ้น


19. กำหนดมุมมอง ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต


20. ใช้ชีวิตให้เต็มที่ทุกวันอย่างมีค่าและมีความหมาย


มันเป็นเรื่องง่ายและ 'สะดวก' ที่จะปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในความเศร้าโศกเมื่อชีวิตคุณผ่านประสบการณ์อันเลวร้าย การทำใจและมีชีวิตต่อไปนั้นเป็นเรื่องยากและต้องใช้ความพยายามอย่างสูง ทว่าเมื่อคุณสามารถก้าวผ่านพ้นช่วงเวลาอันมืดครึ้มไปได้สำเร็จ คุณจะพบว่าชีวิตนั้นยังมีสิ่งน่ารื่นรมย์ที่จะช่วยให้คุณก้าวต่อไปได้อย่างมีความสุข


Home | Beauty | Fashion | Health | Nutrition |Samunpai | Fitness |
Horoscop | Love | Star | Food | Tour | Question|Webboard | Link |

ติดต่อโฆษณา/Advertising
ได้ที่คุณนวพรรณ Tel .Tel 07-1477554
ดูราคาได้ ที่นี่
ต้องการแบนเนอร์สวยๆ คลิกที่นี่

Copyright (c) 2002-2003 Thaihealth.info .com All right reserved.
Contact us at Webmaster
Best view with IE4.0 and their higher version in 800x600 pixels


:: Content ::
ความรักคืออะไร
หนูสอนให้พ่อ...รู้ว่า
10 สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าเขากำลังทิ้งคุณ
ดอกไม้และความหมายของความรัก
คำถามจากพ่อ!! (เพราะรักลูก)
10 ยอดหญิงที่ควรวิ่งหนี

TODAY TIP
รู้ไว้ ใช่ว่า

คุณทราบหรือเปล่าว่าทำไม คุณมักง่วงตอนบ่าย

คราวนี้จะกล่าวถึงอาการง่วงที่ไม่ใช่สาเหตุเพราะนอนดึกหรืออดนอน แต่คือ อาการง่วงช่วงหลังอาหารกลางวันหรือช่วงบ่ายๆ เวลาที่คุณทานมาอิ่มๆ นั่นแหละตัวดี อย่างที่เขาว่า
"หนังท้องตึง หนังตาหย่อน" ประมาณนั้นล่ะค่ะและสาเหตุจริงๆ ที่ทำให้ง่วงก็คือ อาหารที่เราทานนั้นถูกย่อยโดยกระเพาะอาหาร ขณะที่กำลังย่อยนั้นสารอาหารก็จะต้องถูกส่งมาเลี้ยงสมอง ทำให้คุณมีพลังงาน และตื่นตัว แต่ทว่าสารอาหารนั้นไม่สามารถเดินทางไปถึงสมอง เนื่องจากการนั่งเฉยๆ อยู่กับที่ อาการง่วงซึมก็จะออกมา ทำให้เผลอหลับสัปหงกไปเลยก็มี และอาการง่วงนี้ มักจะเกิดกับคนที่นั่งทำงานในออฟฟิต ยิ่งคนที่ใช้คอมพิวเตอร์คุณก็จะได้แค่ขยับนิ้วมือและใช้สายตา สิ่งนี้จะเป็นตัวช่วย ให้คุณรู้สึกง่วงเร็วขึ้นด้วย เพราะเริ่มล้าดวงตา

วิธีแก้ คือ เวลาที่ทานมาอิ่มๆ ไม่ควรนั่งอยู่กับที่ หมั่นเดินย่อย หรือหากิจกรรมที่ทำให้รู้สึกแอ็คทีพ เช่น ลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำ บิดตัวไปมา หมุนคออย่างช้า นวดต้นคอ ก็จะช่วยให้หายง่วงได้ค่ะ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว การนอนกลางวัน หรือตอนบ่าย นั้นเป็นสิ่งที่ดีนะคะ เพราะนั่นคือ การพักผ่อน เติมพลังให้คุณสดชื่น มีแรงเพื่อทำงานต่อจนถึงช่วงเย็น อันนี้คุณก็ลองไป
ต่อรองกับเจ้านายของคุณดูนะคะ ให้เขาเห็นประโยชน์ของการงีบ เผื่อเจ้านายจะใจอ่อนค่ะ