เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยเพื่อคนไทย "You are what you eat =
เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
กำจัดไขมัน 3-10 กิโล สะโพก ขา หน้าท้อง ตามหลักการแพทย์ ผอมถาวร!! ไม่ต้องใช้ยา!! เพื่อสุขภาพที่ดี
<< ลงโฆษณากับ Thaihealth.info คลิกเ ที่นี่ค่ะ >>
ปรับปรุงล่าสุด !
Sat, 8 July, 2006 3:29 PM

หน้าแรก

>> กรุณาคลิก <<
เพื่อสนับสนุนสปอนเซอร์

คิดว่าอยากเปลี่ยนตัวเองแล้วหรือยัง แก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะสาย เกินไป คลิกดูสิคะ!!!!

วิธีทำรักให้ร้าวฉานอ้าว จำเป็นเหมือนกันนะคะ ตอนนี้คุณกำลังคั่วหนุ่มคนใหม่ หรือต้องการที่จะกำจัดคนที่กำลังตามตื้ออยู่หรือเปล่า
รู้ได้ไงใครเป็นเกย์ ถ้าเค้าคนนั้นที่คุณสงสัยอยู่มีลักษณะดังนี้มากกว่า 80 % เค้าอาจเป็นเกย์นะค่ะ เอาไว้ประกอบการพิจารณา
ตำนานวาเลนไทน์ ...
14 กุมภาพันธ์, St. Valentine's Dayเทศกาลที่มวลมนุษย์เฉลิมฉลองวันแห่งความรัก และแสดงความรักแก่กัน...
เรื่อง: ความรักออนไลน การแสวงหาความรักที่ออนไลน์อยู่บนโลกไซเบอร์ใบนี้
ไม่ได้ง่ายดายหรือยากลำบาก.....

 

 

อะไรทำให้อยากมีคู่?

 

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนเราถึงอยากมีคู่กันนักนะ?

การมีคู่จะว่าไปก็มีข้อดีหลายอย่าง เช่น มีไว้เป็นเพื่อนคุยแก้เหงา, มีไว้คอยกระเซ้าเย้าแหย่, มีไว้กะหนุงกะหนิง, มีไว้ทะเลาะกัน, มีไว้ปลอบใจกัน, มีไว้คอยหึงกัน ซึ่งแล้วแต่ใครจะโป๊ะเชะเจอคนที่ "ใช่" เพื่อเอาไว้รักและอยู่ด้วยกันไปจนกว่าความตาย จะมาพรากจากกันนั่นแหละ

แต่สำหรับบางคนที่อาจเลือกใครมาครองคู่ด้วยแล้ว "ไม่เวิร์ก"
เพราะดันรักแรงเกลียดแรงเลยชอบลงไม้ลงมือ หรือบางทีก็ลงด้วยฝ่าเท้ายังมี ประเด็นนี้ คงขึ้นอยู่กับโชควาสนาและความสามารถในการมองคนที่จะมาเป็นแฟน ให้ออกให้จงได้มากกว่ามั้งว่าเขาคู่ควรชวนมาร่วมใช้ชีวิตด้วยกันหรือไม่

พูดถึงเรื่องนี้แล้วเมอร์ลินก็สงสัยอีก ประมาณ ว่า เป็นเด็กไฮเปอร์ก็งี้แหละ จึงอยากรู้ต่อไปว่า แล้ว เวลาผู้ชายจะเลือกแต่งงานกับใครสักคน (ไม่นับการเลือกอยู่ด้วยกันแบบวิวาห์เหาะเพราะมันง่ายกว่าเยอะ) เขาใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินใจสละโสดทิ้งไปน้า? เอ๊า...ไม่สังเกตรึว่า ทำไมผู้หญิงบางคนถึงได้มีชายหนุ่มเสนอตัวเข้ามาขอแต่งงานด้วยมากมาย

ในขณะที่สาวอีกตรึมกลับต้องนั่งรอแล้วรออีกกว่าจะมีใครสักคนมาสนใจ ใน ทำไมผู้ชายจึงแต่งงานกับผู้หญิงบางคนและปฏิเสธอีกคน (Why Men Marry SomeWomen and Not Others) บวกผลสำรวจทางเว็บไซต์ของนิตย-สารชั้นนำ ทำให้ทราบว่า มีปัจจัยอะไรกันแน่ที่มัดใจผู้ชายได้อยู่หมัด และผู้หญิงแบบไหนที่กระชากหัวใจฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแท้จริง

แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น มาเรียนรู้ถึง ความพร้อมของผู้ชาย ก่อนดีกว่า เช่น...

• โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ชายจำนวนมากที่จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย จะไม่คิดเรื่องชีวิตคู่จนกว่าอายุ 26 ปี และจะจริงจังเรื่องการแต่งงานเมื่ออายุ 28-33 ปี...แต่อาจผ่านการใช้ชีวิตกะผู้หญิงกี่คนก็ไม่รู้ล่ะมาก่อนแบบอยู่กันเฉยๆ ด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายอย่างไรก็ได้นะ

• ส่วนผู้ชายที่จบการศึกษาสูงๆ เช่น พวกหมอ ทนาย จะตัดสินใจลงเอยกับสาวเมื่ออายุประมาณ 30-36 ปี...ไม่รู้ว่า "ช่างเลือกหรือไม่มีเวลาจะเลือก" เพราะทำงานหนักก็ไม่รู้สิ

• หนุ่มที่มีประสบการณ์เรื่องพ่อแม่หย่าร้าง มักหวาดกลัวการแต่งงาน

• โดยมากผู้ชายมักเลือกสาวที่มีพื้นฐานคล้ายๆกัน เช่น ศาสนา ความเห็นทางการเมือง ความเชื่อ และฐานะทางสังคม ฯลฯ เป็นคู่รัก แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเหมือนกันไปซะหมดถึงจะเลือกเป็นแฟนนะ ฝ่ายที่เลือกเพราะแตกต่างกันก็มีเยอะ...นี่ก็พูดปลอบใจไว้ก่อน

• ผู้ชายที่มีเพื่อนหรือพี่น้องที่แต่งงานแล้ว โอกาสที่เขาจะเลือกใช้ชีวิตคู่ก็มีมากขึ้นด้วย งั้นจงเล็งกลุ่มนี้ไว้ได้เลย

ดังนั้นสิ่งที่ฝ่ายหญิงสามารถ เรียกความสนใจจากเขา ได้ก็คือ...

• ผู้หญิงที่เดทกับหนุ่มในครั้งที่สองและสามเล่าว่า การเดทครั้งแรก พวกเธอจะไม่พะวงกับการสร้างความประทับใจกับคู่เดท มากไปกว่าการทำให้มันเป็นช่วงเวลาที่ดีๆ และแน่นอน พวกเธอจะไม่มีเซ็กซ์กับเขาตั้งแต่แรก เรียกว่าไม่ใจง่ายพลีกายให้ทันทีนั่นแหละ

• สำหรับสาวที่ถูกขอเดทเป็นครั้งที่สองและสาม มักจะปล่อยให้ผู้ชายวางแผนในเดทแรก (วางแผนจะไปเจอที่ไหน ไม่ใช่วางแผนไปทำเรื่องบัดสี) แต่หากมีเรื่องไม่เห็นด้วย

เธอจะบอกเขาอย่างตรงไปตรงมา ไม่มัวกระมิดกระเมี้ยนให้เสียเวลาและปิดโอกาส ที่จะได้เจอคนที่เธออาจถูกใจได้อีกในอนาคตหรอกท่าน

• หากคู่เดทไม่เหมือนกันเลยสักอย่าง นอกเหนือจากแรงดึงดูดทางสรีระแล้ว เช่นผู้ชายที่จ้องจีบแต่ผู้หญิงสวยๆ หุ่นดีๆ แล้วก็คิดแต่ว่าทำไงถึงจะหิ้วเธอขึ้นเตียงได้ แบบนี้ความสัมพันธ์มักไม่ยืดยาว

เอาล่ะ ทีนี้เชื่อว่าคงได้คำตอบกันแล้วนะว่า เมื่อถึงคราวต้อง "มีคู่" ไม่ว่าชายหรือหญิง พวกเขาตัดสินใจจากพื้นฐานคร่าวๆอะไรบ้าง นี่เป็นเพียงปัจจัยกว้างๆ ซึ่งรู้ไว้ก็ไม่เสียหลายจริงมะ ฉะนั้น ถ้าใครมีคู่แล้วก็ขอแสดงความยินดีด้วย แต่ถ้ายังไม่มีก็ไม่ต้องเสียใจ

เพราะ "การมีแฟน" กับ "เป็นโสด" ก็มีความสุขไปคนละแบบของอย่างนี้เป็นความพอใจส่วนตัวและสิทธิส่วนบุคคล อย่าซีเรียส ถ้าเห็นเพื่อนมีแฟนแล้วต้องมีตาม หรือเห็นใครเป็นโสดแล้วคล่องตัวดีจึงโสดตาม...จะบ้าเรอะ กรุณามีความเป็นตัวของตัวเองหน่อยแล้วจะดีเองน้อง

ทีนี้ถ้าคุณไม่ใช่สาวโสด เพราะมีแฟนแล้ว แต่คุณก็ยังสามารถรักษาความเชื่อมั่น และใช้ชีวิตแบบคนโสดได้นี่นา เพราะการมีคู่ไม่ได้หมายความว่า ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งคู่ต้องตัวติดกันจริงมะ อีกอย่างนะ ขืนคุณอยากมีเวลากะเขาทั้งวันทั้งคืนก็เถอะ แต่เชื่อสิ อีกฝ่ายเขาก็ไม่เล่นด้วยหรอก เออ...ถ้าแรกรักแล้วรู้สึกว่าอยากอยู่ด้วยกันก็ว่าไปอย่าง แต่เอาเข้าจริง ต่อให้ทำงานที่เดียวกัน ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายนึงละว้าที่แว้บนึงต้องเคยนึกอยากอยู่ห่างกันบ้าง

เพราะฉะนั้น ถึงมีคู่แล้วก็แบ่งเวลามาสนุกกับความโสดได้ ด้วยการ...

1. ปาร์ตี้กับเพื่อนสาว

อย่าทำตัวอดอยากปากแห้งกับการดวลดื่มและเต้นระบำกับกลุ่มเพื่อนๆ เพราะการได้ไปเที่ยวตามประสาสาวๆ นั้นถือเป็นกำไรชีวิตที่ไม่ควรพลาดเชียวนะ

2. รับประทานสิ่งที่ชอบ

แทนที่จะต้องลดหุ่นให้ดูดีในสายตาของแฟน สุดที่เลิฟ เพราะกลัวเขาจะชะม้ายชายตาไปมองสาวอื่น คุณน่าจะมี "เวลานอก" ที่จะรับประทานสิ่งที่คุณชอบได้มั่งฮี่ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือไม่ก็ตาม รักแฟนน่ะดี แต่ก็ควรตามใจปากของ ตัวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

3. แต่งตัวเซ็กซี่บ้างก็ได้

ไม่ใช่เพราะมีแฟนแล้วคุณจึงปิดตัวเองด้วยการถ้าแฟน ไม่อนุญาตให้แต่งเนื้อแต่งตัวเซ็กซี่เวลาไปไหนมาไหนด้วยกันคุณก็ไม่ทำ หรือเพราะเห็นว่าตัวเองมีแฟนแล้วจึงไม่จำเป็นต้องแต่งตัวให้สวยปิ๊งก็แล้วแต่ ทว่าถามจริงๆเหอะ ทำไมต้องทิ้งความเซ็กซี่ซาบซ่าในการแต่งตัว ด้วยชุดเกาะอกหรือใส่ยีนเอวต่ำกะสวมเสื้อเอวลอย ในฐานะเป็นสาวเปรี้ยวแถวหน้าของกลุ่มเพื่อนๆของคุณทิ้งไปซะล่ะ รู้ไหมว่า ผู้หญิงที่ดูแลตัวเองให้เช้งกะเด๊ะอยู่เสมอ มักเป็นที่ต้องการของแฟนมากกว่าสาวที่ปล่อยตัวเป็นอีเพิ้งเป็นไหนๆ.



ข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

บอกต่อเพื่อน


Home | Beauty | Fashion | Health | Nutrition |Samunpai | Fitness |
Horoscop | Love | Star | Food | Tour | Question|Webboard | Link |



ติดต่อโฆษณา/Advertising
ได้ที่คุณนวพรรณ Tel .07-1477554 หรือ เมล์มาที่ naeko22@hotmail.com
ดูราคาได้ ที่นี่
ต้องการแบนเนอร์สวยๆ คลิกที่นี่

Copyright (c) 2002-2003 Thaihealth.info .com All right reserved.
Contact us at Webmaster
Best view with IE4.0 and their higher version in 800x600 pixels



 "ผลลัพธ์ของคุณ คือหัวใจของเรา"



"สร้างรายได้จากที่บ้านเดือนละ 10,000 - 100,000 บาท ไช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว คุณก็ทำได้ !!!"

เกร็ดความรู้

คลั่งแฟชั่นเสียบวัตถุบนริมฝีปาก เสี่ยงกับการกลายเป็น "เฮียหลอ"

ทันตแพทย์ออกปากปรามวัยรุ่นที่นิยมแฟชั่นเสียบวัตถุแปลกๆ ตามริมฝีปากว่า อาจจะเป็นโทษทำให้เหงือกตนเองร่นต่ำลงได้

นักวิจัยผู้เป็นทันตแพทย์ของมหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ ได้บอกเตือน หลังจากที่ได้พบเห็นตัวอย่างจากบรรดาวัยรุ่น 58 ราย ด้วยกันได้บอกเตือนว่า วัยรุ่นที่นิยมเสียบวัตถุที่ริมฝีปาก ส่วนใหญ่จะพากันมีเหงือกร่นลง ยิ่งกว่าคนที่ไม่ได้ทำเช่นนั้น เหงือกที่ร่นเป็นการแสดงว่าเหงือกเป็นโรค ซึ่งอาจจะทำให้ฟันหลุดร่วงออกได้

ศาสตราจารย์จิมมี่ สตีล แห่งวิทยาลัยทันตแพทย์มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลของอังกฤษ ได้อธิบายว่า เหตุที่ผู้ที่นิยมแฟชั่นแบบนั้น มีเหงือกร่นถอยลง เนื่องจากก้านที่เป็นโลหะของวัตถุที่เสียบไว้ ได้ไปถูกับเหงือกตรงคอฟัน

"เมื่อใดที่มันเป็นเช่นนั้น จะไม่มีวันทำให้มันคืนกลับขึ้นมาเหมือนเดิมอีก จะทำความสะอาดยากขึ้น จึงล่อแหลมกับการเกิดโรคเหงือกในอนาคต แม้ว่ามันมักจะกระเทือนถึงฟันแค่เพียงหนึ่ง หรือสองซี่ก็ตามแต่เนื่องจากฟันเหล่านั้นเป็นฟันหน้า จึงไม่มีใครอยากจะให้มันร่วงหรือกลายเป็นคนฟันหลอไป"

โฆษกของทันตแพทย์สมาคมแห่งอังกฤษ ก็เคยเตือนถึงอันตรายเรื่องนี้ ในวารสารทางวิชาการอย่างเดียวกันมาก่อนแล้ว ทั้งยังบอกเตือนด้วยว่าอาจทำให้เกิดการอักเสบเป็นผลร้ายแรงถึงชีวิตอีกด้วย.

ข้อมูลจาก

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ