>> กรุณาคลิก
<<
เพื่อสนับสนุนสปอนเซอร์
จะเป็นไรไหมถ้า มีกิ๊กในที่ทำงาน จะว่าไปแล้ว เรื่องรักใคร่ชอบพอในที่ทำงาน ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะ ก็คิดดูสิ วัน ๆ หนึ่งเราใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าที่อื่น แต่ทำมั๊ย ทำไม ใคร ๆ เขาถึงห้าม ถึงเตือนกันนัก เรื่องรักในที่ทำงานเนี่ย แล้วหากว่าเราเกิดปิ๊งปั๊งกับใครเข้าในที่ ๆ เขาว่าต้องห้ามเนี่ย จะเป็นไหมนะ จะว่าไปแล้วก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าหากว่าคุณสามารถปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้ได้
ข้อแรก คุณควรจะศึกษานโยบายและบรรยากาศในที่ทำงานของคุณให้ดีเสียก่อน เพราะบางที่เขามีกฎออกมาเลยว่า ไม่ให้พนักงานมีความสัมพันธ์ฉันคนรักกัน หากใครไม่ปฏิบัติตาม ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต้องลาออกไปซะ บางที่ไม่ได้ออกมาเป็นกฎข้อบังคับอะไร แต่มีวัฒนธรรมองค์กรที่รู้ ๆ กันอยู่ ก็ที่เขาห้ามน่ะ เพราะกลัวว่าความสัมพันธ์นั้น จะส่งผลกระทบกับเรื่องงาน
ข้อที่สอง ควรหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์กับเจ้านาย หรือลูกน้องโดยตรง เพราะจะมีผลเสียตามมา เช่น ปัญหาคุกคามทางเพศ ปัญหาเจ้านายรังแกลูกน้อง หรือลูกน้องแบล็คเมลเจ้านาย รวมทั้งปัญหาข่าวลือ ซึ่งจะเป็นอุปสรรค์ต่อความก้าวหน้าในอาชีพการงาน แต่หากว่าเกิดความรักหวานชื่นดื่มด่ำขึ้นมาแล้ว จนไม่สามารถจะเลิกรากันได้ แบบนี้ ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งควรจะย้ายแผนกไปซะค่ะ
ข้อที่สาม ดำเนินความสัมพันธ์ด้วยความระมัดระวัง อย่ารีบร้อน ต้องแน่ใจในความหนักแน่นและมั่นคงของทั้งสองฝ่าย เพราะเมื่อคุณได้ตัดสินใจดำเนินความสัมพันธ์กันแล้ว คุณทั้งสองจะต้องเผชิญกับการถูกจับตามอง และการรุมเมาท์ของคนอื่น ๆ ซึ่งถ้าหากว่าไม่หนักแน่นเพียงพอแล้วล่ะก็ ความสัมพันธ์ของคุณไม่ยืดแน่
ข้อที่ส ี่มีการกำหนดกติกาและการวางตัวให้เหมาะสม แน่หละ คุณจะมาจี๊จ๋ากันตลอดเวลาไม่ได้ ถ้าไปเดทก็ว่าไปอย่าง แต่เวลางานเนี่ยควรจะมีขอบเขต เพื่อให้รักษาหน้าที่การงานของแต่ละฝ่ายเอาไว้ได้อย่างไม่มีผลกระทบกระเทือน
ข้อที่ห้า อย่าลุ่มหลงกันจนหัวปักหัวปำ จนไม่เป็นอันทำงานทำการ ต้องมานั่งเฝ้า ป้อนข้าว ป้อนน้ำกันตลอดเวลา พอไม่เห็นหน้าก็พร่ำเพ้อกันเพื่อนข้าง ๆ แบบนี้มันก็เว่อร์เกินไป คุณควรจะตกลงกันเอาไว้ว่า เวลาอยู่ที่ทำงาน เราต้องรับผิดชอบงานไม่ให้บกพร่อง คอยเตือนกันเสมอ งานต้องเสร็จทันกำหนด และพยายามผูกมิตร คบหากับคนอื่น ๆบ้าง อย่าขลุกกันอยู่แค่ 2 คน เพราะการแสดงออกถึงความลุ่มหลง มันจะมีผลต่อสายตาคนรอบข้างและการงาน
หากว่าคุณแน่ใจว่าสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ได้ เชื่อว่า ความรักในที่ทำงาน ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไปค่ะ
ข้อมูลจาก
สำนักข่าวไทยอ.ส.ม.ท.
Home | Beauty
| Fashion | Health
| Nutrition |Samunpai
| Fitness |
Horoscop | Love | Star
| Food | Tour |
Question |Webboard
| Link |
ติดต่อโฆษณา/Advertising
ได้ที่คุณนวพรรณ Tel .07-1477554 หรือ เมล์มาที่ naeko22@hotmail.com
ดูราคาได้ ที่นี่
ต้องการแบนเนอร์สวยๆ
คลิกที่นี่
Copyright (c) 2002-2003 Thaihealth.info .com All right reserved.
Contact us at Webmaster
Best view with IE4.0 and their higher version in
800x600 pixels
เกร็ดความรู้
โธ่เอ๊ย! อยู่คนเดียวก็สุขได ้ เลิกก็เลิกสิ!
อยู่คนเดียวไม่ตายหรอก เผลอๆ อาจมีความสุขกว่าการใช้ชีวิตคู่ด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องอดทนอนกลั้นกับอะไรก็ไม่รู้ เชื่อว่าหลายคนอาจจะเถียงว่ามันยาก
ทว่าหากลองทำตาม คู่มือการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในครอบครัว ตอน "ดูแลอารมณ์ตนเองเมื่อเป็น Single Parent." ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิเครือข่ายครอบครัวแล้ว คุณจะรู้ว่าการตกที่นั่งเป็นพ่อ แม่เลี้ยงเดี่ยว(Single Parent) ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด มีแค่หลัก 2 ข้อใหญ่ง่ายๆ
ข้อแรก อย่าปล่อยให้อารมณ์ติดค้าง เพราะหากปล่อยไว้ อารมณ์นี้เองจะสร้างปัญหาให้คุณ สำหรับวิธีการไม่ให้อารมณ์ติดค้างคือ
1.หมั่นทิ้งอารมณ์ โดยเรื่องบางเรื่องควรบอกตัวเองให้ตัดใจและคิดว่ามันจบไปแล้ว
2.ยอมรับความจริง โดยต้องยอมรับว่าเราต้องเป็นคนหยุดเอง ไม่ว่าคนอื่นจะหยุดหรือไม่ก็ตาม และเมื่อคุณบอกตัวเองได้ว่าเรื่องนี้หยุดแล้ว ดีที่สุดแล้ว คุณก็หยุดโดยไม่ติดค้างใดๆ วิธีคิดแบบนี้จะทำให้คุณปลดปล่อยตัวเอง
ข้อสอง อย่าปล่อยให้อารมณ์ท่วม เพราะหากปล่อยให้อารมณ์ท่วมจนทำนบแตกแล้ว อารมณ์ก็จะระเบิดมาเป็นคำพูดหรือการกระทำได้ อันตรายมาก ต้องคุณต้องควบคุมให้ได้ โดยวิธีทำไม่ให้อารมณ์ท่วมมีดังนี้ สร้างปรอทอารมณ์ เช่น แบ่งอารมณ์เป็น 10 ระดับ
และทันทีที่ประเมินว่าอารมณ์เริ่มไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ คุณควรหันความสนใจทั้งหมดมาที่ตัวเองจะช่วยทำให้ดีขึ้นได้ โดยอาจแบ่ง 1.การนับเลข 1-10 ช้าๆ 2.การปลดปล่อยอารมณ์ในทางบวก เช่น ออกกำลังกาย หรือผลิตงานศิลปะ เป็นต้น
แค่นี้ก็จะทำให้ชีวิตดีขึ้นและมีความสุขกับการอยู่คนเดียวได้อย่างแน่นอน
ข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์มติชน