เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยเพื่อคนไทย "You are what you eat =
เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย

กำจัดไขมัน 3-10 กิโล สะโพก ขา หน้าท้อง ตามหลักการแพทย์ ผอมถาวร!! ไม่ต้องใช้ยา!! เพื่อสุขภาพที่ดี
((ติดต่อโฆษณากับ Thaihealth.info คลิกอ่านรายละเอียดจากที่นี่ค่ะ ))

หน้าแรก

คิดว่าอยากเปลี่ยนตัวเองแล้วหรือยัง แก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะสาย เกินไป คลิกดูสิคะ!!!!

 

 

อ้วน อึดอัด ลงพุง ไขมันพอกตามต้นแขนต้นขา มีปัญหาสุขภาพ เราช่วยคุณได้

อ้วน อึดอัด ลงพุง ไขมันพอกตามต้นแขนต้นขา มีปัญหาสุขภาพ เราช่วยคุณได้
ผอม 200% SURE ปลอดภัย ธรรมชาติล้วนและไม่เสี่ยงค่ะ !!
แก้ไขปัญหารูปร่างให้สมส่วน และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยวิธีง่ายๆ

1 ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร
2 ไม่ต้องออกกำลังกายหักโหม
3 ให้สารอาหารที่ร่างกายต้องการครบถ้วน
4 ใช้ได้กับทุกเพศ ทุกวัย รวมถึง สตรีมีครรภ์ และ เด็ก
5 ปลอดภัย เพราะเป็นโภชนาการที่มีสมุนไพรและพืชผักธรรมชาติ
6 ไม่มีส่วนผสมของ ยา สารเคมี หรือ สัตว์
7 เปิดดำเนินการทั่วโลกมาแล้วมากกว่า 25 ปี 60 สาขา
8 มีเจ้าหน้าที่บริการติดตามผลให้ท่าน จนเห็นผลลัพธ์ที่ดี
9 มี อ.ย. รับรองคุณภาพ ทุกประเทศที่เปิดทำการ รวมถึง ประเทศไทย
10 ราคาไม่แพงอย่างที่คุณคิด....(เริ่มต้นที่เพียงมื้อละ 30 บาท)

หยุด !!!! ความเสี่ยงในการควบคุมน้ำหนักอย่างผิดๆ
ซึ่งทำให้เกิดผลร้ายต่อสุขภาพ
ในโลกนี้ไม่มีใครที่ ผอมเกินไป หรือ อ้วนเกินไป แล้วสุขภาพดี ปรึกษาเราสิ เรามีทีมนักโภชนาการที่จะคอยให้คำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับปัญหาของแต่ละบุคคล
เริ่มต้นดูแลสุขภาพและรูปร่างของคุณสิคะ


ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม รับคำปรึกษาฟรี ที่
คุณอารีรัตน์ 09-1260001


หรือ เพียงคุณเข้าไปกรอกแบบสอบถามให้ครบถ้วน
เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้รับข้อมูลที่ตรงกับตัวคุณมากที่สุดที่
คลิกที่นี่
หากข้อมูลของคุณครบถ้วน ยิ่งแก้ปัญหาให้คุณได้ง่ายขึ้น
ไม่ว่าคุณจะผิดหวังจากอะไรมาก่อน สำหรับที่นี่ได้ผลลัพธ์ที่ดีแน่นอน
ปรึกษาเราสิคะ


 

 

 

 

 


 

ผ่าตัดเพิ่มความสูง

ดีจริงหรือเสี่ยง?

เมื่อมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าเทคนิคทางการแพทย์ สามารถเปลี่ยนธรรมชาติได้อีกเรื่อง แม้แต่ความสูงก็ผ่าตัดเพิ่มกันได้ ไม่จำเป็นต้องทนให้ใครล้อว่า "เตี้ย" หรือไม่สามารถทำงานอาชีพที่ใฝ่ฝันได้เพียงเพราะส่วนสูงไม่พอ

การเจริญเติบโตของแต่ละคน แต่ละช่วงวัยจะไม่เท่ากัน เริ่มตั้งแต่ปัจจัยเรื่องของกรรมพันธุ์ ภาวะการเจริญเติบโตตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และหลังคลอด ช่วงของการเจริญเติบโตของหญิงและชายก็ไม่เท่ากัน

พ.ญ.ชนิดา ตู้จินดา นักวิชาการด้านการเจริญเติบโต อธิบายว่า ผู้หญิงจะสามารถสูงอย่างเต็มที่ได้ถึงอายุ 16 ปี ผู้ชายถึงอายุ 18 ปี หลังจากนั้นจะค่อยๆ สูงอย่างช้าๆ จนหยุดสูงเมื่ออายุประมาณ 20-22 ปี ทั่วไปอัตราการเพิ่มความสูงตั้งแต่แรกเกิด-1 ขวบ จะอยู่ที่ประมาณ 25 ซ.ม.ต่อปี อายุ 1-2 ขวบ ประมาณ 10-12 ซ.ม.ต่อปี อายุ 2-4 ขวบ ประมาณ 6-7 ซ.ม.ต่อปี อายุ 4-10 ขวบ เด็กหญิงสูงประมาณ 4-12 ปี เด็กชายสูงประมาณ 5 ซ.ม.ต่อปี เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นจะสูงประมาณ 7-8 ซ.ม.ต่อปี

ปัจจัยที่ทำให้คนเราสูงไม่เท่ากันเกิดจากสาเหตุหลายอย่างทั้งกรรมพันธุ์ รูปร่างของพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย เป็นตัวกำหนดโครงสร้างพื้นฐานของลูกหลานให้มีแนวโน้มที่จะไปในทิศทางเดียว กัน แต่หากดูแลเรื่องโภชนาการ การออกกำลังกายอย่างถูกต้องตามช่วงอายุ เด็กก็สามารถสูงตามมาตรฐานได้

ภาวะโภชนาการ เป็นปัจจัยสำคัญการดูแลโภชนาการต้องเริ่มตั้งแต่ตั้งครรภ์ หลังคลอด ช่วงวัยเด็ก ขณะที่ก้าวเข้าสู่วัยรุ่น หากกินอย่างไม่สมดุล อ้วนเกินไป หรือผอมเกินไป ก็รบกวนการเจริญเติบโตได้ทั้งสิ้นอาหารจะมีผลต่อความแข็งแรงของกระดูกอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นที่ร่างกายต้องการสารอาหารเพื่อสะสมความแข็งแรงให้กับกระดูก วัยเจริญพันธุ์ จึงควรได้รับอาหารครบ 5 หมู่อย่างพอเพียงโดยเฉพาะแคลเซียม เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง ผักที่มีสีเขียวเข้มๆ ถั่วเหลือง และงา เป็นต้น

ฮอร์โมน เกิดจากต่อมใต้สมองเป็นตัวผลิตขึ้นมา ฮอร์โมนที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตคือ growth hormone ที่จะกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ทำให้กระดูกขยายตัวในแนวยาว ทำให้ตัวสูงขึ้น โดยร่างกายจะผลิตอย่างเต็มที่หากได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ในวัยเด็กจนถึงก้าวเข้าสู่วัยรุ่นจึงควรนอนแต่หัวค่ำเพื่อให้ฮอร์โมนชนิดนี้ผลิตได้อย่างเต็มที่ แต่ปัจจุบันสามารถฉีด growth hormone เพื่อทดแทนได้ในเด็กที่มีปัญหาในเรื่องของการผลิตฮอร์โมนได้

นักอนามัยเจริญพันธุ์หลายคนยังตั้งข้อสังเกตว่า หากเด็กหญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์หรือมีประจำเดือนเร็วกว่าปกติที่ควรจะอยู่ที่อายุ 12 ปี อาจจะมาจากสาเหตุของภาวะโภชนาการเกิน การกินอาหารประเภทจั๊งก์ฟู๊ดมากเกิน ก็เป็นสาเหตุที่การเจริญเติบโตของเด็กหญิงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

การออกกำลังกาย เป็นอีกปัจจัยที่สามารถช่วยกระตุ้นการผลิต growth hormone ได้และจะทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่สร้างเนื้อกระดูก โดยดึงแคลเซียมจากเลือดมาสร้างกระดูก และสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกด้วย การเคลื่อนไหวร่างกายมีส่วนช่วยกระตุ้นการยืดตัวของกระดูกได้

สุขภาพร่างกายและจิตใจ ถือเป็นเรื่องสำคัญ หากในวัยเด็กมีโรคเรื้อรังจะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตไม่เต็มที่ และหยุดชะงัก การใช้ยาบางชนิดก็มีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย นอกจากนี้ ความเครียดก็เป็นตัวบั่นทอนการเจริญเติบโตได้เช่นกัน

สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยตามปกติที่จะทำให้เกิดความแตกต่างเรื่องความสูงขึ้น เมื่อทราบและดูแลปัจจัยเหล่านี้อย่างถูกต้อง โอกาสที่ร่างกายจะเจริญเติบโตตามมาตรฐานก็ไม่ยาก แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ เทคนิคการเพิ่มความสูง ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจ ลบปมด้อยของบางคน ถือเป็นหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ไม่พึงพอใจในตัวเอง

ที่ผ่านมาเทคนิคการผ่าตัดสร้างกระดูก จะนำมาใช้กับการแก้ไขปัญหาความพิการแต่กำเนิด เช่น กระดูกไม่ติดกันตั้งแต่กำเนิด แก้ไขรักษาโรคกระดูกติดเชื้อ รักษาโรคเนื้องอกของกระดูก รักษาโรคกระดูกไม่ติดกันจากการเกิดอุบัติเหตุ กระดูกหัก

โรงพยาบาลเวชธานี นำเทคนิคจากต่างประเทศในเรื่องการผ่าตัดเพื่อเพิ่มความสูง โดยการอาศัยคุณสมบัติของกระดูกที่สามารถยืดตัวเองได้ โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า "เครื่องยึดตรึงกระดูก" หรือ "Llizarov" ที่จะยืดกระดูกออกจากกันเพื่อให้กระดูกสร้างตัวขึ้นมาใหม่ตามแนวที่ต้องการยืด

วิธีดังกล่าวต้องผ่านขั้นตอนหลายกระบวนการและใช้เวลานานเพื่อให้ได้ความสูงตามที่ต้องการ

เริ่มแรกผู้ที่จะได้รับการผ่าตัดควรมีอายุมากกว่า 20 ปี หรือร่างกายเจริญเติบโตอย่างเต็มที่แล้ว เพราะการรบกวนการเจริญเติบโตอาจทำให้เกิดผลเสียตามมามากมาย เมื่อผ่าตัดเพิ่มความสูงแล้วอาจไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตได้ จนทำให้ขาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน นอกจากนี้ คนที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ก็ไม่สามารถรับการผ่าตัดได้

การเพิ่มความสูงปกติจะทำในปริมาณไม่เกิน 5 เซนติเมตร เพราะอยู่ในระยะที่ไม่มีผลกระทบมาก ซึ่งมีความสัมพันธ์ในเรื่องของสัดส่วนร่างกายด้วยเพราะบางคนตัวสั้นขายาว การเพิ่มความยาวที่ขาอีกก็จะทำให้ร่างกายดูผิดส่วนไป

การผ่าตัด จะต้องวางยาสลบและใส่เครื่องยึดตรึงกระดูก โดยยิงลวดผ่านกระดูกเพื่อแยกกระดูกออกจากกัน ซึ่งตามปกติกระดูกจะมี 3 ชั้น คือ ชั้นนอก เป็นเนื้อหุ้มกระดูกด้านนอก จะมีลักษณะเหนียว ชั้นที่สองเป็นเนื้อกระดูก มีลักษณะแข็ง เป็นชั้นที่มีเส้นเลือดและอาหารหล่อเลี้ยง และชั้นในสุดจะเป็นเยื่อหุ้มกระดูกบางๆ

การยิงลวดผ่านเข้าไปตัดชั้นกระดูก เพื่อแยกกระดูกออกจากกัน และจะมีการยึดลวดด้านบน ด้านล่าง เพื่อยึดเครื่องมือที่ใช้ดึงกระดูกที่ตัดออกจากกันออก วันละ 1 มิลลิเมตร เมื่อดึงกระดูกจากกัน ร่างกายจะทำการสร้างเนื้อกระดูกขึ้นมาใหม่ตามรอยว่างนั้น หลักการเหมือนการดัดฟัน และกระดูกใหม่ที่สร้างขึ้นจะประสานเป็นเนื้อเดียวกัน

ขั้นตอนการยืดและสร้างกระดูก จะใช้ระยะตั้งแต่การดึงกระดูกและการรอเวลาให้ร่างกายสร้างเนื้อกระดูกใหม่จนเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกันเหมือนเดิม ประมาณ 5 เดือน ต่อขา 1 ข้าง กับค่าใช้จ่ายประมาณข้างละ 8 แสนบาท เพื่อให้ได้ผลคือความสูงเพิ่มขึ้น 5 เซนติเมตร โดยระหว่างนั้นจะต้องใช้เครื่องค้ำประคองและทำกายภาพอย่างต่อเนื่อง

ศ.น.พ.วิเชียร เลาหเจริญสมบัติ อาจารย์ประจำภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ความรู้อีกด้านว่า การผ่าตัดเพื่อยืดกระดูกนั้น ตามหลักการกระดูกสามารถสร้างใหม่ได้หากดึงวันละ 1 มิลลิเมตร แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทรอบๆ กระดูก อาจไม่มีการสร้างใหม่ขึ้นตามกระดูกได้โดยเฉพาะหากทำในช่วงอายุมากเกินไป

หากทำในปริมาณไม่เกิน 5 เซนติเมตร อาจจะไม่มีผลกระทบใดๆ แต่กลับกันหากยืดกระดูกมากเกินไปผลกระทบคือ เส้นประสาทตึงและกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวจะไม่ทำงาน เพราะเส้นประสาทและกล้ามเนื้อไม่สามารถสร้างตัวเองทดแทนได้เหมือนเนื้อกระดูก ทำให้การดึงกระดูกมากจนเกินไปจะทำให้เกิดอาการขาชา ขาลีบ และทำให้การเดินผิดปกติได้

ทางเลือกของคนเราย่อมมีมากมายหลายทาง สุดแล้วแต่ใครจะเลือกแบบใด เลือกทางตรงหรือทางลัด แน่นอนว่าทางแต่ละทางย่อมมีอุปสรรคและไม่ราบรื่น แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความพอใจว่าใครจะเลือกแบบใด


ข้อมูลและภาพประกอบจาก


Home | Beauty | Fashion | Health | Nutrition |Samunpai | Fitness |
Horoscop | Love | Star | Food | Tour | Question|Webboard | Link |


ติดต่อโฆษณา/Advertising
ได้ที่คุณนวพรรณ เมล์มาที่ naeko22@hotmail.com
ดูราคาได้ ที่นี่



Copyright (c) 2002-2003 Thaihealth.info .com All right reserved.
Contact us at Webmaster
Best view with IE4.0 and their higher version in 800x600 pixels

 "ผลลัพธ์ของคุณ คือหัวใจของเรา"

"สร้างรายได้จากที่บ้านเดือนละ 10,000 - 100,000 บาท ไช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว คุณก็ทำได้ !!!"
เกร็ดความรู้

ทานไอศกรีม

มื้อเที่ยงไม่อ้วน

ข่าวดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบไอศกรีมแต่กลัวอ้วน! มีรายงานข่าวจากประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องไอศกรีมโฮมเมดอย่างอิตาลีว่า การทานไอศกรีมนั้นดีกว่าไปทานมื้อเที่ยงเป็นไหนๆ เพราะย่อยง่าย และทำให้สดชื่นพร้อมลุยงานต่อในช่วงบ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครอยากลดความอ้วนละก็ แนะนำให้กินไอศกรีมผลไม้แทนมื้อเที่ยงสักอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

ข้อดีต่อไปคือ ไอศกรีมเชอร์เบตดับกระหายได้ดีกว่าน้ำในหน้าร้อน เพราะมีน้ำซึ่งจับตัวเป็นน้ำแข็งอยู่ร้อยละ 65-70 แถมมีแคลอรีน้อยกว่าน้ำอัดลมด้วย

และประการสุดท้าย ไอศกรีมนั้นเปรียบได้กับดนตรี เพราะสถานบันจิตวิทยาในลอนดอนบอกว่า ไอศกรีมช่วยลดความเครียดได้ประหนึ่ง ดนตรีที่ช่วยลดอุณหภูมิและทำให้เคลิบเคลิ้ม รู้อย่างนี้แล้วจะได้ลิ้มรสไอศกรีมกันอย่างเต็มที่เสียที


ข้อมูลจาก
อสมท.
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต