
หากมีเวลาอยู่หน้ากระจก ลองก้มลงมองพุงตัวเองสักนิด.
..เพราะคนอ้วนที่ "ลงพุง" ได้รับคำเตือนจากแพทย์ว่า อาจมีสารพัดโรครุมเร้า เพราะรู้กันอยู่ว่า "ความอ้วน" เป็นสาเหตุของสารพัดโรค และกำลังคุกคามทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ประกอบกับวิถีชีวิตของคนไทยที่เปลี่ยนไป มีการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบมากขึ้น ทำให้ออกกำลังกายน้อยลง ดังนั้น เพื่อเตือนให้นึกถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย
บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) ร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สนับสนุน โครงการศึกษาวิจัยการประเมินปัจจัยเสี่ยงของโรค "เมตะบอลิก ซินโดรม" เพื่อแนะนำให้รู้จักการดูแลสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ป้องกันการเกิดโรคก่อนวัยอันควร
โดยมอบเครื่องมือตรวจวัดไขมันในร่างกายเพื่อทำวิจัย พร้อมสนับสนุนการผลิตสื่อเผยแพร่ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการ ป้องกันโรคอ้วน
แพทย์หญิงแสงโสม สีนะวัฒน์ แพทย์หญิงแสงโสม สีนะวัฒน์ สำนักที่ปรึกษา กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข บอกว่า คนอ้วนมีหลายแบบ แต่แบบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคือ "คนอ้วนลงพุง" ซึ่งมักใช้การวัดรอบเอว (โดยวัดผ่านสะดือ) เป็นเกณฑ์พิจารณา ยึดหลักว่า *ชายไทยหากวัดรอบเอวเกิน 36 นิ้ว จะนับว่าอ้วนลงพุง* ส่วนผู้หญิงถ้าวัดเกิน 32 นิ้ว ถือว่า "อ้วนลงพุง" หากเข้าข่ายว่าอ้วนลงพุงแล้ว ก็มีความเสี่ยงจะเป็นโรคเมตะบอลิก ซินโดรม ซึ่งหมายถึงกลุ่มโรคที่เกิดจากไขมันในช่องท้องแทรกอยู่ตามกระเพาะ ลำไส้ ตับ ตับอ่อน จะทำให้อินซูลินที่หลั่งจากตับอ่อนออกฤทธิ์ได้ไม่ดี จนเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน มีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง นำไปสู่โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ และหลอดเลือดตีบตันตามมา หากทราบว่าอยู่ในข่าย
"อ้วนลงพุง" และมีปัจจัยเสี่ยง คือความดันโลหิตสูง 130/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป, น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารสูง 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป, ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป และระดับไขมันเอชดีแอล คอเลสเตอรอลน้อยกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรสำหรับผู้ชาย และน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรสำหรับผู้หญิง ก็ต้องเร่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายโดยด่วน
"โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วน มีต้นกำเนิดเดียวกันคือ ดื้อต่ออินซูลิน ความดื้อต่ออินซูลินเป็นภาวะที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ และสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมจะกระตุ้นให้ความผิดปกตินี้แสดงออกมากขึ้น การอ้วนลงพุงนับเป็นสภาวะสำคัญที่สุดที่จะกระตุ้นภาวะดื้อต่ออินซูลิน ในขณะที่กลุ่มโรคดังกล่าวยังเป็นสาเหตุการตายของมนุษย์ถึงร้อยละ 70
และในอนาคตอันใกล้นี้ หรือในปี 2563 คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณ 25 ล้านคนทั่วโลก" แพทย์หญิงแสงโสมกล่าวเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี คนผอมๆ ก็อย่าเพิ่งดีใจ เพราะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน หากมีพฤติกรรมบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง และออกกำลังกายไม่เพียงพอ เคล็ดลับง่ายๆ ป้องกันไม่ให้เกิดโรคก็คือ สร้างความสมดุลระหว่างอาหารที่รับประทานเข้าไป และการใช้พลังงานของร่างกายในแต่ละวัน
*เพื่อจะได้มีสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาว*
ข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์มติชน
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต