เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยเพื่อคนไทย "You are what you eat =
เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย

กำจัดไขมัน 3-10 กิโล สะโพก ขา หน้าท้อง ตามหลักการแพทย์ ผอมถาวร!! ไม่ต้องใช้ยา!! เพื่อสุขภาพที่ดี
((ติดต่อโฆษณากับ Thaihealth.info คลิกอ่านรายละเอียดจากที่นี่ค่ะ ))

หน้าแรก

คิดว่าอยากเปลี่ยนตัวเองแล้วหรือยัง แก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะสาย เกินไป คลิกดูสิคะ!!!!


 

 

 

 

 


“แสงแดด” ของดีจากธรรมชาติช่วยป้องกัน "โรคกระดูกพรุน"


กระดูก" คือโครงสร้างหลักของร่างกาย นอกจาก "แคลเซียม" แล้ว "วิตามินดี" ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความแข็งแรงของกระดูก หากได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะไม่สามารถดูดซึมแคลเซียม ซึ่งเป็นธาตุที่สำคัญต่อกระดูกได้ นี่เองคือที่มาของการเกิด "โรคกระดูกพรุน"

รศ.น.พ.สมพงษ์ สุวรรณวลัยกร หัวหน้าหน่วยต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นทีมแพทย์ไทยที่ได้นำผลการวิจัยเรื่องความชุกของการพร่องวิตามินดีในผู้หญิงไทย ไปนำเสนอในการประชุมสัมมนา European Symposium on Calcified Tissues (ECTS) ครั้งที่ 33 ที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ได้ชี้ให้เห็นว่าภาวะกระดูกพรุนมักเกิดกับผู้หญิงสองในสาม หรือร้อยละ 64 ของผู้หญิงวัยหมดระดูทั่วโลก เนื่องจากได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ อีกทั้งประเทศที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในบริเวณเส้นศูนย์สูตร จะพบการขาดวิตามินดีมากกว่าประเทศที่อยู่ในแถบเส้นศูนย์สูตร

"ปัญหากระดูกพรุนเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดมากขึ้นทุกปี เมื่อมีโรคกระดูกพรุน ปัญหาต่อไปที่จะตามมาคือกระดูกหัก ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ เป็น สังเกตจากคนแก่อายุ 60-70 ปีขึ้นไป หลังจะค่อมซึ่งเราเคยเชื่อว่าคนแก่หลังจะค่อมตามธรรมชาติ จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย! นั่นเพราะเขาเป็นโรคกระดูกพรุน!! เราพยายามส่งเสริมให้ทุกคนหันมากินแคลเซียม ส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันการเกิดโรคกระดูพรุน แต่แคลเซียมอย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอ ต้องได้รับวิตามินดีด้วย" รศ.น.พ.สมพงษ์ แจกแจงโรคดังกล่าว

หากเด็กขาดวิตามินดี จะทำให้กระดูกโค้งงอ กร่อน และบาง จนทำให้เป็นโรคกระดูกอ่อนไม่โต โดยเฉพาะเด็กที่เกิดในประเทศเขตเมืองหนาว เพราะเด็กเหล่านี้จะไม่เจอกับแสงแดด เนื่องจากหน้าหนาวฟ้าจะหม่นถูกปกคลุมไปด้วยหมอก โอกาสที่จะเกิดโรคนี้จึงมีมาก แต่ปัจจุบันโรคนี้เกิดได้จากกรรมพันธุ์ ผู้ใหญ่ที่อยู่ในภาวะนี้ จะมีอาการปวดกระดูก กล้ามเนื้อไม่มีแรง กระดูกหักง่าย หากได้รับการรักษาโดยการให้วิตามินดีเสริมเพียง 3 เดือน ก็สามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติได้

เป็นที่รู้กันดีว่าคนส่วนใหญ่มักจะได้รับ "วิตามินดี" จากแสงแดด มากกว่าการรับประทานอาหาร แม้ประเทศไทยจะอยู่ในเขตเมืองร้อนมีแสงแดดเกือบทั้งปี แต่คนไทยยังขาดวิตามินดี เนื่องจากแสงแดดที่ร้อนแรง ทำให้ทุกคนพยายามหลบแดด และค่านิยมที่ชอบผิวขาว จึงหันมาใช้ครีมกันแดดหรือไวท์เทนนิ่งกันมากขึ้น

"ผมไม่ปฏิเสธว่าแสงแดดทำให้ผิวของเราเหยี่ยวย่น ทำให้ผิวหนังเราเสื่อมเร็วกว่าปกติ แต่การออกแดดเพียง 10-15 นาทีต่อวัน ก็เพียงพอต่อการได้รับวิตามินดีแล้ว และขึ้นอยู่กับพื้นที่ผิวหนังที่โดนแสงแดดด้วย หากเราตากแดดเกิน 15 นาที ร่างกายจะมีกลไกป้องกันตัวเอง โดยเมลานินใต้ผิวหนังจะทำหน้าที่บล็อกแสงโดยธรรมชาติ ฉะนั้น อัตราการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังจะเจอน้อยกว่าอัตราการเกิดโรคกระดูกพรุน" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อมไร้ท่อ กล่าว

วิตามินดีนอกจากจะได้จากแสงแดดแล้ว ยังอยู่ในรูปแบบของอาหาร ปัจจุบันมักพบวิตามินดีในน้ำมันตับปลา สัตว์ทะเลที่มีไขมันมาก ไข่ปลา ไข่ปู แต่ข้อเสีย คือ อาหารเหล่านี้จะมีไขมันมาก วิตามินดีจะละลายในไขมัน หากได้รับไขมันเกินความต้องการจะส่งผลเสียต่อร่างกาย ส่วนวิตามินเสริมหากได้เกินความต้องการของร่างกาย จะทำให้แคลเซียมในเลือดสูงมีอาการซึม ปัสสาวะบ่อย ไม่มีสติ และอ่อนเพลีย แม้ว่าแคลเซียมจะมีส่วนช่วยให้กระดูกแข็งแรง แต่ยังคงต้องอาศัยวิตามินดีเป็นตัวดูดซึมแคลเซียมเข้าไปด้วย

"โรคกระดูกพรุนเราจะพบในผู้ป่วยผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้ชายจะโชคดีที่มีต้นทุนกระดูกมากกว่าผู้หญิง เมื่อเทียบอายุของการขาดวิตามินดี ผู้หญิงจะพบโรคนี้ในคนอายุ 70 ปีขึ้นไป แต่ผู้ชายจะพบในอายุ 75 ปี เพราะมวลกระดูกของผู้ชายจะสูงกว่าในวัยหนุ่มสาว แล้วผู้หญิงมีภาวะของการขาดประจำเดือน ทำให้การขาดวิตามินดีเริ่มเร็วขึ้น สำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์ยิ่งต้องการวิตามินดีมากกว่าปกติ จากเดิมที่ต้องการวิตามินดี 100-400 ยูนิตต่อวัน ต้องเพิ่มเป็น 600 ยูนิตต่อวัน"

ปัจจุบันเราพบโรคนี้ในคนวัย 60 ปีขึ้นไป แต่เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเมืองเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน เช่น การออกกำลังกายในร่ม การจำกัดอาหาร และค่านิยมที่ว่าผิวขาวดีกว่าผิวคล้ำ อัตราเสี่ยงเหล่านี้จะส่งผลให้อนาคตโรคกระดูกพรุนอาจเกิดขึ้นกับมนุษย์ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป

รศ.น.พ.สมพงษ์ ยังกล่าวถึงผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ นอกจากจะเกิดจากพันธุกรรมแล้ว ผู้ที่ไม่ชอบดื่มนม และผู้ป่วยที่ต้องกินยาประเภทสเตียรอยด์เป็นประจำ อาจจะทำให้เกิดโรคนี้ได้ง่าย หากใครที่รู้ว่าอยู่ในภาวะเสี่ยงเหล่านี้ อายุประมาณ 40-50 ปี ควรจะไปขอตรวจมวลกระดูก เพื่อป้องกันโรคนี้เอาไว้เสียแต่เนิ่นๆ

"แสงแดด" มีข้อดีแบบนี้ จะรอช้าทำไม?!! สลัดผ้าโชว์ผิวรับลมร้อนกันเลยดีกว่า สาวผิวสีอาจจะถูกสเปคหนุ่มหน้ามนเข้าก็ได้นะคะ





ข้อมูลจาก

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก


Home | Beauty | Fashion | Health | Nutrition |Samunpai | Fitness |
Horoscop | Love | Star | Food | Tour | Question|Webboard | Link |


ติดต่อโฆษณา/Advertising
ได้ที่คุณนวพรรณ เมล์มาที่ naeko22@hotmail.com
ดูราคาได้ ที่นี่



Copyright (c) 2002-2003 Thaihealth.info .com All right reserved.
Contact us at Webmaster
Best view with IE4.0 and their higher version in 800x600 pixels

 "ผลลัพธ์ของคุณ คือหัวใจของเรา"

"สร้างรายได้จากที่บ้านเดือนละ 10,000 - 100,000 บาท ไช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว คุณก็ทำได้ !!!"

เกร็ดความรู้

 

สารพิษในกะหล่ำปลี


ในกะหล่ำปลีดิบจะมีสารพิษที่เรียกว่า กอยโตรเจน(Goibrogen) ซึ่งเป็นสารที่จะไปกันไม่ให้ต่อมไทยรอยด์จับไอโอดินไปสร้างเป็นฮอร์โมนไทร๊อกซิน(Thyroscine) ได้ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ จะทำให้เกิดเป็นโรคคอหอยพอก แต่สารพิษเหล่านี้จะถูกทำลายได้ด้วยการต้ม จึงควรรับประทานกะหล่ำปลีสุกจะดีกว่ากะหล่ำปลีดิบ

ที่มา: หนังสือความรู้ คู่บ้าน โดย พรรณิภา ต่วนโสภณ