ใคร ๆ ก็คงเคยทิ้งยาที่ได้รับมาจากการไปหาหมอที่คลีนิค หรือโรงพยาบาลก่อนที่จะหมด สาเหตุหลักก็คงมาจากการที่อาการเจ็บป่วยทุเลาลง จนไม่เห็นความสำคัญอันใดที่จะกินยาต่อไปอีก
อย่าคิดว่าแค่ทิ้งยาไปแล้วจะไม่มีผลอะไร เพราะ ผศ.ดร.วันทนา มณีศรีวงศ์กูล และ รศ.ดร.อรสา พันธ์ภักดี ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ได้นำเสนองานวิจัยในการประชุมวิชาการของโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งจัดขึ้นในช่วงวันที่ 12-15 พฤษภาคม 2548 ที่อิมแพค เมืองทองธานีว่า การรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ และการปฏิบัติตนของผู้ป่วยอย่างถูกต้องตามแผนการรักษาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาได้มากขึ้น
เพราะมีการศึกษาพบว่าผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หอบหืด และเอดส์จำนวนมากมีปัญหาไม่สามารถรับประทานยาได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรังที่เป็นอยู่และมีคุณภาพชีวิตลดลง และยังทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข เพราะทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรทางด้านสุขภาพอีกด้วย
การรับประทานยาไม่สม่ำเสมอหรือไม่ต่อเนื่อง แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1.การรับประทานยาไม่ถูกขนาด วิธี หรือเวลา ตามแผนการรักษา
2.การหยุดรับประทานยาก่อนกำหนด หรือหยุดรักษา
3.การปรับเพิ่มหรือลดขนาดยาด้วยตนเอง การไม่รับประทานยาบางมื้อหรือรับประทานยามื้อใกล้กันหรือห่างกันมากเกินไป
ทางองค์การอนามัยโลก(WHO, 2003) ได้คาดประมาณในภาพรวมว่ามีเพียง 50% ของผู้ป่วยโรคเรื้อรังในประเทศที่พัฒนาแล้วสามารถรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ และอัตราของการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอในผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่ำกว่านี้มากในประเทศที่กำลังพัฒนา
สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคหลอดเลือดและหัวใจหากผู้ป่วยสามารถรับประทานยาสม่ำเสมอได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้ป่วยจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยลงและมีความเสี่ยงในการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลน้อยลงเช่นกัน การส่งเสริมให้ผู้ป่วยรับประทานยาสม่ำเสมอจึงช่วยลดต้นทุนในการดูรักษาในภาพรวมด้วย
ข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์มติชน