>> กรุณาคลิก
<<
เพื่อสนับสนุนสปอนเซอร์
คุณจะรู้สึกดีแค่ไหนกับบุคลิกใหม่
เมื่อคุณได้รับโภชนาการ และสุขภาพที่ดี
คือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับ โดยใช้หลักความสมดุล ทางโภชนาการธรรมชาติ
* สูตรคิดค้นโดยแพทย์ ปลอดภัย ไม่ใช่ยา
* มีส่วนผสมของสมุนไพรและพืชผัก
* เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้หุ่นกระชับ ด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์
รับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน
ปัญหาของสตรีวัยทอง
ปัญหาของสตรีวัยหมดประจำเดือน หรือ ที่เรียกกันว่า วัยทอง มีหลายประการด้วยกัน หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี อาจทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงได้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.พ.ญ.มยุรี จิรภิญโญ หัวหน้าหน่วยสตรีวัยหมดประจำเดือน ภาควิชาสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ. รามาธิบดี บอกว่า อาการของสตรีใกล้หมดประจำเดือน จะมีอาการนำมาก่อนประมาณ 2-3 ปี เช่น มีอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ใจสั่นนอนไม่หลับ เริ่มเฉื่อยชา เบื่อหน่าย ซึ่งอาการ เหล่านี้จะปรากฏมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการทำงานของรังไข่ การ สร้างฮอร์โมนในร่างกายลดลง
เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน อาจมีภาวะต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิ ภาวะที่เกิดขึ้นกับอวัยวะสืบพันธุ์ คือ ช่องคลอดแห้ง ปัสสาวะบ่อยขึ้น ปัสสาวะเล็ด กลั้นไม่อยู่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ง่าย เนื่องจากเยื่อบุต่าง ๆ บางลง ขณะเดียวกันผิวหนังจะแห้ง มีอาการคัน การทายา หรือครีมก็ไม่หาย และคนในวัยนี้ยังมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดอุดตันและโรคหัวใจได้ง่าย
นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงของกระดูก สืบเนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง คือ กระดูกจะบางลง และมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุน เพียงแค่หกล้มเล็กน้อยอาจทำให้กระดูกหัก และเกิดภาวะทุพพลภาพได้ ในขณะที่หลายคนยมีอาการปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระดูก ปวดกล้ามเนื้อร่วมด้วย
เมื่อเกิดอาการต่าง ๆ ดังที่กล่าวมา ถ้าเป็นเพียงเล็กน้อยคงไม่เดือดร้อนอะไร แต่ถ้าเป็นมาก ๆ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอาจต้องใช้ฮอร์โมนในการรักษา แต่การใช้ฮอร์โมนจะต้องมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน และต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ อย่างไรก็ตามคนไข้ส่วนหนึ่งก็มีความกลัวการใช้ฮอร์โมนว่าจะทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งปากมดลูกได้หรือไม่ ดังนั้นก่อนใช้ฮอร์โมนแพทย์จะอธิบายให้คนไข้ทราบอย่างละเอียด เมื่ออธิบายแล้วหลังจากนั้นก็อยู่ที่ความสมัครใจของคนไข้ว่าจะรักษาด้วยฮอร์โมน หรือไม่
ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ว่าต้องมีการให้ฮอร์โมน แพทย์จะให้ฮอร์โมนคนไข้จนอาการดีขึ้นแล้วก็หยุด ซึ่งเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ดังนั้นการที่คนไข้กลัวว่าจะเกิดโรคมะเร็งนั้นจึงไม่ควรกังวล เพราะจากงานวิจัยต่าง ๆ พบว่า การใช้ฮอร์โมนที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง คือ ใช้เกิน 5 ปีขึ้นไป ซึ่งมิได้หมายความ ว่าเมื่อใช้ฮอร์โมนเกิน 5 ปีแล้วคนไข้ทุกรายจะต้อง เป็นมะเร็ง
อีกทั้งก่อนการให้ฮอร์โมนแพทย์จะมีการ ซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเต้านม ตรวจภาย ในอย่างละเอียดก่อน ในขณะที่บางแห่งอาจมีการเอกซเรย์เต้านมด้วย ก็จะเป็นการช่วยคัดกรองคนไข้ได้ดียิ่งขึ้น สำหรับช่วงอายุที่เหมาะสมที่จะให้ฮอร์โมนอยู่ในช่วงอายุประมาณ 45-55 ปี ถ้าอายุมากกว่านี้จะต้องพิจารณาให้ดี
อย่างไรก็ตามการป้องกันที่ดีที่สุดของคนในวัยนี้ ควรรับประทานอาหารให้ครบหมู่ หลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน แป้ง ชา กาแฟ เพราะจะยิ่งทำให้กระดูกบาง แต่ควรทานนมโดยเฉพาะนมจืดพร่องมันเนย และเน้นอาหารจำพวกผัก ผลไม้ โปรตีน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
Home | Beauty
| Fashion | Health
| Nutrition |Samunpai
| Fitness |
Horoscop | Love | Star
| Food | Tour |
Question |Webboard
| Link |
ติดต่อโฆษณา/Advertising
ได้ที่คุณนวพรรณ เมล์มาที่ naeko22@hotmail.com
ดูราคาได้ ที่นี่
Copyright (c) 2002-2003 Thaihealth.info .com All right reserved.
Contact us at Webmaster
Best view with IE4.0 and their higher version in
800x600 pixels
เกร็ดความรู้
ทาแป้งน้องน้อยไม่ค่อยดีนะ
เกิดเป็นผู้หญิงนี่มันลำบากจริง ๆ เลยนะคะ ว่ามั้ย ต้องดูแลระแวดระวังอวัยวะและฮอร์โมนต่าง ๆ ไม่ให้มันทำเสื่อมเสียชื่อเสียงเรา อย่าง "เจ้าน้องน้อยในที่ลับ" นั้น ก็เป็นอวัยวะสำคัญมากที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ บางคนประคบประหงมอย่างดีเอาแป้งทาทุกวันเพื่อให้มันหอม ๆ และไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่หารู้ไม่ว่านั่นเป็นบ่อเกิดของอันตรายเลยนะคะ
ขอให้หยุดโดยด่วนเลยนะจ๊ะ เพราะไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นมะเร็งรังไข่ได้โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากฝุ่นแป้งจะกระจายแทรกตัวผ่านช่องคลอด ปากมดลูก มดลูกและท่อมดลูก ไปสะสมจนเกิดมะเร็งรังไข่ เพราะฉะนั้นหากเมื่อไรที่สาว ๆ รู้สึกช่องคลอดแฉะ ควรล้างด้วยสบู่อ่อน ๆ และซับให้แห้งเท่านั้นก็พอ แต่ถ้ายังอยากจะโรยแป้งก็ควรเลือกใช้แป้งที่ผลิตมาเพื่อโรยช่องคลอดโดยเฉพาะดีกว่า
ข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก