เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยเพื่อคนไทย "You are what you eat =
เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
กำจัดไขมัน 3-10 กิโล สะโพก ขา หน้าท้อง ตามหลักการแพทย์ ผอมถาวร!! ไม่ต้องใช้ยา!! เพื่อสุขภาพที่ดี
((ติดต่อโฆษณากับ Thaihealth.info คลิกอ่านรายละเอียดจากที่นี่ค่ะ ))
ปรับปรุงล่าสุด ! Mon, 9 May, 2005 4:11 PM ขณะนี้มีผู้

หน้าแรก

>> กรุณาคลิก <<
เพื่อสนับสนุนสปอนเซอร์

คิดว่าอยากเปลี่ยนตัวเองแล้วหรือยัง แก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะสาย เกินไป คลิกดูสิคะ!!!!



วิธีที่ดีที่สุดในการมีรูปร่างอันงดงามและไม่กลับมาอ้วนอีก

ลดความอ้วนที่ "ต้นเหตุ" พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง
รูปร่างสวย สุขภาพดี ด้วยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และโภชนาการที่ถูกต้อง ไม่ต้องอดอาหาร ไม่ใช่ยา ไม่มีผลข้างเคียง ผอมแล้วไม่กลับมาอ้วนอีก รับรองผลภายใน 1 เดือนด้วยระบบคืนเงิน


ติดต่อขอรับ VCD และเอกสารข้อมูลเบื้องต้น ได้ฟรีที่

คุณณภัทร
01-8705573


การโทรครั้งนี้อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงของตัวคุณ

หรือหากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ในระบบออนไลน์ หรืออีเมล์ โปรดคลิ๊กที่นี่ เพื่อเข้าชมเว็บไซต์และกรอข้อมูลเพื่อขอคำปรึกษา ฟรี


 

 

 


 

ท้าลมร้อน อย่างมีความสุข


เมืองไทยกับอากาศร้อนเป็นของคู่กัน แม้ตามหลักจะมี 3 ฤดู ร้อน ฝน หนาว แต่จริงๆแล้วก็ร้อนเกือบทั้งปี ขึ้นอยู่ว่าปีไหนร้อนน้อยร้อนมากเท่านั้น

เดือนมีนาคม-พฤษภาคมเป็นช่วงที่อากาศร้อนมากที่สุดของปี อากาศที่ร้อนอบอ้าวเป็นปัจจัยเกื้อกูลให้เชื้อโรคต่างๆเจริญเติบโตได้ง่าย ทำให้ต้องระวังและดูแลสุขภาพให้ดี โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน โอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบาดเกี่ยวกับทางเดินอาหารและน้ำดื่มน้ำใช้นั้นมีมากกว่าปกติ อากาศร้อนยังส่งผลต่อจิตใจ อารมณ์อีกด้วย

รศ.น.พ.วัฒนา เลี้ยววัฒนา รองคณบดีฝ่ายบริการและ ผอ.ร.พ.เวชศาสตร์เขตร้อน กล่าวถึงการดูแลตัวเองว่า ช่วงหน้าร้อน หลายพื้นที่ของประเทศประสบกับภาวะภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดที่ติดต่อทางอาหารและน้ำดื่มน้ำใช้

โรคหน้าร้อนที่พบบ่อย ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือเชื้อโปรโตซัว ทำให้ผู้ป่วยมีอาการถ่ายเหลว บางครั้งเป็นมูกเลือด อาเจียน มีอาการปวดท้องรุนแรง หรือโรคอาหารเป็นพิษ

โรคไทฟอยด์ และโรคไข้รากสาดน้อย ซึ่งจะมีอาการคล้ายอาหารเป็นพิษ แต่อาการจะรุนแรงกว่า ผู้ป่วยจะมีไข้หลายวัน บางครั้งหาสาเหตุของไข้ไม่พบ บางรายมีอาการท้องผูกแทนท้องเสีย หากประชาชนไม่รู้จักวิธีการรักษาที่ถูกต้อง หรือไปพบแพทย์ให้ทันท่วงทีก็อาจเป็นอันตรายรุนแรงได้จากการสูญเสียน้ำในร่างกายอย่างเฉียบพลัน

โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม ก็พบได้บ่อยในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ยิ่งตามสถานที่ที่มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศและมีผู้คนอยู่รวมกันมากๆ เช่น ตามโรงเรียน ศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ แหล่งบันเทิงต่างๆ

โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำ สัตว์ที่เป็นพาหะนำเชื้อสู่คนที่พบบ่อย คือสุนัข แมว และค้างคาว ด้วยการกัด ข่วน และเลียผิวหนังส่วนที่มีบาดแผล เมื่อได้รับเชื้อและรักษาไม่ทัน อาจเสียชีวิต

อาการเพลียแดดและลมแดด คือการเป็นลมอันเนื่องจากการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายในที่ที่มีอากาศร้อนจัด อาการดังกล่าวเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางแดดนานๆ ส่วนอาการลมแดดจะกระหายน้ำมาก ตัวร้อน หายใจสั้นและถี่ ปากคอแห้ง ต่อมาตัวจะร้อนจัดมีอาการเวียนศีรษะ ตาพร่า การเคลื่อนไหวและสติสัมปชัญญะควบคุมไม่ได้

และมีอาการคลื่นไส้อาเจียนด้วย เมื่อถึงขั้นนี้หากยังมีการเสียเหงื่อต่อไป ผิวหนังจะแห้ง อุณหภูมิภายในร่างกายจะเพิ่มขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้ ผลคืออวัยวะต่างๆ ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ อาการที่ตามมาคือหมดสติ หากไม่ได้รับการปฐมพยาบาลอย่างทันท่วงทีก็อาจเสียชีวิตได้เช่นกัน

การดูแลตัวเองในช่วงหน้าร้อน ผู้เชี่ยวชาญโรคเขตร้อนแนะนำว่า ปรับพฤติกรรมการบริโภค เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆและยังร้อนๆ ไม่ควรกินอาหารแบบสุกๆ ดิบๆ อุ่นอาหารก่อนรับประทานอาหารและควรสังเกตว่าอาหารที่เหลือเก็บไว้บูดหรือไม่ ดื่มน้ำสะอาด ส่วนน้ำแข็ง ควรเลือกประเภทที่บรรจุอย่างถูกต้องในภาชนะที่มิดชิด

นอกจากนั้น ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆละ 20 - 30 นาที เลือกเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี อย่าออกกำลังกายหักโหมเกินไป พักเหนื่อยบ่อยๆเป็นระยะ ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 4-6 แก้วระหว่างการออกกำลังกาย เพื่อทดแทนการสูญเสียเหงื่อมาก

ควรดื่มน้ำสะอาดเย็นๆ สัก 1-2 แก้ว ก่อนออกจากบ้านในช่วงเวลาที่อากาศร้อน ส่วนการดื่มน้ำปกติวันละ 6-8 แก้วนั้น อาจต้องดื่มเพิ่มเป็น 8-10 แก้วในกรณีที่กิจกรรมประจำวันของคุณมีเหตุให้ร่างกายต้องสูญเสียเหงื่อมากเป็นพิเศษ

ในสภาวะปกติ ร่างกายจำเป็นต้องใช้น้ำ เพื่อปรับอุณหภูมิภายในจึงควรใส่ใจต่อการดื่มน้ำในช่วงหน้าร้อนให้มาก น้ำที่ดื่มไม่ควรเป็นน้ำเย็นจัด ควรดื่มน้ำอุณหภูมิปกติ หรือหากต้องการความชื่นใจก็ดื่มน้ำเย็นที่เย็นกว่าน้ำปกติเพียงเล็กน้อย เพราะอุณหภูมิร่างกายจะปรับเข้าหาอุณหภูมิเฉลี่ยภายนอก

และอุณหภูมิปกติของร่างกายก็สูงกว่าอุณหภูมิของน้ำเย็นอยู่แล้ว การดื่มน้ำเย็นจัดทำให้ระบบทางเดินอาหารต้องปรับอุณหภูมิน้ำก่อนดูดซึมเข้าไปใช้ประโยชน์ อาจส่งผลให้เกิดอาการจุกแน่นหน้าอกแบบเฉียบพลันขึ้นได้

จากการทดสอบทางการแพทย์พบว่า หากคนเราสูญเสียน้ำมากกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว จะส่งผลให้เกิดการอ่อนเพลีย คอแห้ง ขาดสมาธิ หากมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ จะอ่อนเปลี้ยและเป็นตะคริวได้ง่าย

ขณะที่เหงื่อออกมาก ร่างกายจะสูญเสียเกลือแร่บางอย่างปนออกมากับเหงื่อด้วย เช่น โซเดียม แคลเซียม สังกะสี และโพแทสเซียม หากสูญเสียมากอาจส่งผลให้มีไข้ เบื่ออาหาร ภูมิต้านทานโรคต่ำ ดังนั้น นอกจากการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว ยังต้องดื่มเครื่องดื่มอื่นๆเสริมด้วย เช่น น้ำผัก-ผลไม้สด น้ำบ๊วย น้ำถั่วเขียว น้ำเก๊กฮวย เพราะมีสรรพคุณช่วยดับร้อน

จากการศึกษาของนักวิจัยหลายสาขายังพบว่า ในเหงื่อมีกรดอะมิโนซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กและโปรตีนประกอบอยู่ถึง 1 ใน 3 ส่วน การสูญเสียเหงื่อแต่ละครั้งจึงเท่ากับการสูญเสียโปรตีนออกจากร่างกายด้วย ดังนั้นในแต่ละวันจึงควรตรวจสอบการรับประทานอาหารที่ให้โปรตีนแก่ร่างกายให้ได้สัดส่วนเหมาะสม

เช่น ปลา ถั่ว เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ และไข่ เป็นต้น และอาหารเหล่านี้ยังอุดมไปด้วยสังกะสี ที่ช่วยลดอาการเบื่ออาหารที่เกิดจากการที่ร่างกายสูญเสียแร่ธาตุไปกับเหงื่อ และยังช่วยลดอาการเป็นไข้ โดยเฉพาะในถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่ว ซึ่งมีโปรตีนและสังกะสีมาก จึงควรดื่มน้ำเต้าหู้ เพราะในน้ำเต้าหู้มีทั้งโปรตีน สังกะสี และมีปริมาณน้ำมาก

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะในสภาวะอากาศร้อนจัด แอลกอฮอล์จะซึมผ่านเข้าสู่กระแสโลหิตได้เร็ว และเพิ่มแรงดันโลหิตให้สูงขึ้น ทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน จนถึงขั้นเกิดภาวะหัวใจวายได้

การแพทย์แผนไทย ยังเชื่อว่าพืชผักตามฤดูกาลมีสรรพคุณป้องกัน และรักษาโรคที่เกิดขึ้นตามฤดูได้ เช่น หน้าร้อน ธาตุไฟ มักกำเริบทำให้วิงเวียน อ่อนเพลีย คอแห้ง กระหายน้ำ ร้อนใน ท้องผูก ต้องกินของรสขมเย็น เปรี้ยว หรือจืด เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย เช่น มะระขี้นก น้ำเต้า ฟัก แฟง มะขาม สายบัว เป็นต้น

ส่วนเรื่องอารมณ์และจิตใจ หัดทำใจให้สงบ อย่าทำใจให้ร้อนตามอากาศ ร้อนมากก็อาบน้ำบ่อยๆจะช่วยดับร้อนได้ แต่ระวังหากร้อนมากแล้วอาบน้ำทันทีอาจเป็นไข้ก็ได้

เมื่อดูแลสุขภาพกาย ใจของตัวเองแล้ว อย่าลืมมองคนรอบข้าง ช่วยกันทำให้จิตใจแจ่มใส จะได้ท้าลมร้อนกันอย่างมีความสุขทั่วหน้า

อยากเป็นแบบไหน คุณเลือกได้ หุ่นดีได้ด้วยตัวคุณเอง คลิกดูสิคะ


ข้อมูลจาก

หนังสือพิมพ์ข่าวสด

 

 

Home | Beauty | Fashion | Health | Nutrition |Samunpai | Fitness |
Horoscop | Love | Star | Food | Tour | Question|Webboard | Link |



ติดต่อโฆษณา/Advertising
ได้ที่คุณนวพรรณ เมล์มาที่ naeko22@hotmail.com
ดูราคาได้ ที่นี่



Copyright (c) 2002-2003 Thaihealth.info .com All right reserved.
Contact us at Webmaster
Best view with IE4.0 and their higher version in 800x600 pixels

 "ผลลัพธ์ของคุณ คือหัวใจของเรา"

เกร็ดความรู้

ปั้นลูกในท้องให้หัวแหลมได้ แม่กินปลามากเท่าไหร่ยิ่งดี

นักวิทยาศาสตร์พบวิธีช่วยให้สตรีมีลูกที่เฉลียวฉลาดดั่งใจได้ ชั่วเพียงแต่ตอนตั้งท้องกินปลาเป็นอาหารไว้ให้มากๆ เท่านั้น

นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยบริสตัลแห่งอังกฤษได้ความรู้เรื่องนี้ มาจากการศึกษากับทารกที่ถือกำเนิดเมื่อระหว่างปี พ.ศ. 2534-2535 จำนวน 7,400 คน โดยศึกษาถึงอิทธิพลของอาหารที่แม่ของเด็กเหล่านั้นกินขณะตั้งครรภ์ จากการวัดระดับเชาวน์ของเด็ก เมื่อเกิดมาได้ 15 เดือน ในเวลาต่อมา ได้พบว่าระดับเชาวน์ของเด็กจะสูงตามปริมาณมากน้อยของอาหารปลา ที่ผู้เป็นแม่กินเข้าไปเมื่อตอนท้อง

พวกเขาเชื่อว่า คงจะเป็นเพราะกรดน้ำมันโอเมกา-2 และโอเมกา-6 ที่มีอยู่ในปลาพวกที่มีเนื้อมันๆ อาจจะมีสรรพคุณบำรุงสมองลูกน้อย ของพวกแม่ผู้ที่นิยมกินปลาเหล่านั้น.

ข้อมูลจาก

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ