เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยเพื่อคนไทย "You are what you eat =
เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
กำจัดไขมัน 3-10 กิโล สะโพก ขา หน้าท้อง ตามหลักการแพทย์ ผอมถาวร!! ไม่ต้องใช้ยา!! เพื่อสุขภาพที่ดี
((ติดต่อโฆษณากับ Thaihealth.info คลิกอ่านรายละเอียดจากที่นี่ค่ะ ))
ปรับปรุงล่าสุด ! Sat, 19 March, 2005 3:14 PM ขณะนี้มีผู้

หน้าแรก

>> กรุณาคลิก <<
เพื่อสนับสนุนสปอนเซอร์

คิดว่าอยากเปลี่ยนตัวเองแล้วหรือยัง แก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะสาย เกินไป คลิกดูสิคะ!!!!


 


 

 

 


 

คางทูม

 

คางทูม (Mumps/Epidemic parotitis) เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของต่อมน้ำลาย โดยมากเป็นที่ต่อมน้ำลายข้างหู พบมากในเด็กอายุ 6-10 ขวบ ไม่พบในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี และผู้ใหญ่อายุมากกว่า 40 ปี

สาเหตุเกิดจากเชื้อคางทูม ซึ่งเป็นไวรัสในกลุ่ม paramyxovirus เชื้อจะอยู่ในน้ำลายและเสมหะของผู้ป่วย ติดต่อโดยการไอ จามหรือหายใจรดกัน หรือโดยการสัมผัสถูกมือหรือสิ่งของเครื่องใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ เป็นต้น ที่แปดเปื้อนเชื้อแบบเดียวกับไข้หวัด ซึ่งระยะฟักตัว 14-20 วัน

อาการ มักมีไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย และปวดในรูหูหรือหลังหูขณะเคี้ยวหรือกลืนนำมาก่อน 1-3 วัน ต่อมาพบบริเวณข้างหูหรือขากรรไกร มีอาการปวด บวมและกดเจ็บ ผิวหนังบริเวณนั้นอาจมีลักษณะแดง ร้อนและตึง ผู้ป่วยมักรู้สึกปวดร้าวที่หูขณะกลืน เคี้ยว หรืออ้าปาก บางรายอาจมีอาการบวมที่ใต้คางร่วมด้วย แต่บางรายอาจไม่มีไข้

อาการแทรกซ้อน ส่วนมากจะหายเองโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนตามมา แต่ที่พบบ่อยได้แก่ อัณฑะอักเสบ มีอาการไข้สูง หนาวสั่น ในผู้หญิงวัยแตกเนื้อสาวอาจพบรังไข่อักเสบ ปวดท้องน้อย และอาจพบเนื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อไวรัสแต่มีอาการเพียงเล็กน้อยและหายได้เอง ส่วนสมองอักเสบอาจพบได้บ้างแต่น้อยมาก ถ้าพบอาจมีอาการรุนแรงถึงตายได้

การรักษา ให้รักษาตามอาการ เช่น ให้นอนพัก ดื่มน้ำมากๆ เช็ดตัวเวลามีไข้ ให้ยาลดไข้แก้ปวด ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบบริเวณที่เป็นคางทูม ไม่ต้องให้ยาปฏิชีวนะ ถ้ามีอัณฑะอักเสบแทรกให้ประคบด้วยน้ำแข็ง แต่ถ้ามีอาการปวดท้องรุนแรง หรือซึมไม่ค่อยรู้สึกตัวให้ส่งโรงพยาบาล อาจต้องทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติมและให้การรักษาตามสาเหตุที่ตรวจพบ

ข้อแนะนำ โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส ถือเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง ซึ่งจะหายเองภายใน 1-2 สัปดาห์โดยไม่ต้องฉีดยาหรือให้ยาจำเพาะ การที่ชาวบ้านนิยมเขียน"เสือ"ด้วยตัวหนังสือจีนที่แก้มทั้ง 2 ข้าง หรือใช้ปูนป้ายแล้วหายได้นั้นก็เพราะเหตุนี้

อย่างไรก็ตาม ควรแยกผู้ป่วยออกต่างหากจนกว่าคางจะยุบบวมและควรเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนโดยเฉพาะในผู้ใหญ่ เมื่อเป็นแล้วจะไม่เป็นซ้ำอีก อาการคางบวม อาจมีสาเหตุมาจากโรคอื่นได้ ควรซักถามอาการและตรวจร่างกายให้ถี่ถ้วน โดยเฉพาะการตรวจดูภายในปากและลำคอ

โรคนี้ป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน มักทำรวมในเข็มเดียวกับวัคซีนป้องกันหัดและหัดเยอรมันที่มีชื่อเอ็มเอ็มอาร์ โดยฉีดในเด็กอายุ 9-15 เดือน



ข้อมูลจาก

หนังสือพิมพ์ข่าวสด


Home | Beauty | Fashion | Health | Nutrition |Samunpai | Fitness |
Horoscop | Love | Star | Food | Tour | Question|Webboard | Link |



ติดต่อโฆษณา/Advertising
ได้ที่คุณนวพรรณ เมล์มาที่ naeko22@hotmail.com
ดูราคาได้ ที่นี่



Copyright (c) 2002-2003 Thaihealth.info .com All right reserved.
Contact us at Webmaster
Best view with IE4.0 and their higher version in 800x600 pixels

 "ผลลัพธ์ของคุณ คือหัวใจของเรา"

"สร้างรายได้จากที่บ้านเดือนละ 10,000 - 100,000 บาท ไช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว คุณก็ทำได้ !!!"


เกร็ดความรู้

เลี้ยงลูกชายวัยรุ่นอย่างไรดี

ปัญหาเด็กวัยรุ่นที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน ไม่สามารถจะหาคำตอบได้ว่าใครเป็นต้นเหตุให้เกิดขึ้น แต่การเริ่มต้นจากครอบครัว วิธีการเลี้ยงของพ่อแม่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ก่อนที่ลูกจะก้าวออกมาเผชิญกับโลกภายนอก

เด็กผู้ชายในช่วงอายุ 14 ปี เป็นวัยเริ่มปรับตัวเข้าสู่ชีวิตใหม่ โดยทั่วไปแล้วเด็กผู้ชายในวัยนี้จะเติบโตเร็วมาก จะชอบโต้เถียง อยู่ไม่เป็นสุข ขี้หงุดหงิด เอะอะโวยวาย หรือมีพฤติกรรมแย่ๆ

ซึ่งถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนตัวเองเป็นอีกคนหนึ่ง พ่อแม่ต้องเปิดโอกาสให้เด็กผู้ชายได้ออกกำลังกายให้มากๆ และสอนเขาให้ควบคุมตัวเองไม่ให้ใช้กำลังรุนแรงกับเพื่อน หรือเด็กผู้หญิง

เรื่องเหล่านี้พ่อแม่ควรให้ความใส่ใจมากกว่าไปจำจี้จ้ำไชเรื่องการเรียนเพียงอย่างเดียว สำหรับเรื่องเซ็กส์และความก้าวร้าว เป็นเรื่องที่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันมีความเชื่อมโยงกัน ดังนั้น พ่อแม่ควรสอนถึงความแตกต่างระหว่างความชอบ ความรัก และความใคร่ ไม่ควรชักนำให้ความสัมพันธ์ของเด็กๆ เป็นไปในเชิงรักๆ ใคร่ๆ จนเกินเลย



ข้อมูลจาก

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก