เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยเพื่อคนไทย "You are what you eat =
เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
กำจัดไขมัน 3-10 กิโล สะโพก ขา หน้าท้อง ตามหลักการแพทย์ ผอมถาวร!! ไม่ต้องใช้ยา!! เพื่อสุขภาพที่ดี
((ติดต่อโฆษณากับ Thaihealth.info คลิกอ่านรายละเอียดจากที่นี่ค่ะ ))
ปรับปรุงล่าสุด ! Mon, 9 May, 2005 4:09 PM ขณะนี้มีผู้

หน้าแรก

>> กรุณาคลิก <<
เพื่อสนับสนุนสปอนเซอร์

คิดว่าอยากเปลี่ยนตัวเองแล้วหรือยัง แก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะสาย เกินไป คลิกดูสิคะ!!!!

 


 

 

 


สุขภาพดีด้วยการบริจาคโลหิต


"บริจาคโลหิต" ชาวไทยและชาวต่างประเทศจำนวนมากไปบริจาค โลหิตที่สภากาชาดไทย เพื่อนำโลหิตไปช่วยผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์วิปโยค มหันตภัย...คลื่นยักษ์ "สึนามิ"

ภาพ : นสพ.ไทยรัฐ ภาพชุดฉบับประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2547




นอกจากความภูมิใจที่ได้แบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่นโดยทางอ้อมแล้ว เชื่อไหมว่าการบริจาคเลือดยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

เลือดประกอบด้วยพลาสมา (น้ำเหลือง) และเม็ดเลือด คิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว คือ 5-6 ลิตรสำหรับผู้ชาย และ 4-5 ลิตรสำหรับผู้หญิง หรือประมาณ 17-18 แก้วน้ำ ไขกระดูกเป็นอวัยวะตั้งต้นที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือด 3 ชนิด อันได้แก่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด เพื่อทำหน้าที่แตกต่างกันไปในร่างกาย

เม็ดเลือดแต่ละชนิดจะมีอายุการทำงานที่ชัดเจนคือ เม็ดเลือดแดงมีอายุ 120 วัน เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดมีอายุ 5-10 วัน เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เม็ดเลือดจะถูกทำลายและขับถ่ายออกมาในรูปของเหงื่อ ปัสสาวะ และอุจจาระ หลังจากนั้นไขกระดูกจึงสร้างเซลล์เม็ดเลือดชุดใหม่ขึ้นมาทดแทนได้โดยไม่มีวันหมด ปริมาณเลือดที่มีในร่างกายเป็นปริมาณที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เกินกว่าความต้องการใช้ที่แท้จริง เพราะร่างกายต้องการใช้เพียง 15-16 แก้วน้ำเท่านั้น ส่วนเลือดอีก 2-3 แก้วน้ำเป็นปริมาณสำรองเพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้นการบริจาคเลือดซึ่งนำเลือดออกมาประมาณ 350-450 มิลลิลิตร จึงเป็นการนำเลือดสำรองออกมาโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แก่ร่างกาย เพราะไขกระดูกจะสร้างเลือดขึ้นมาทดแทนปริมาณที่ถูกถ่ายเทออกไป ทำให้เกิดประโยชน์โดยทางอ้อมคือ

  • ร่างกายได้เม็ดเลือดใหม่ ซึ่งแข็งแรงและทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่า ทำให้เม็ดเลือดแดงลำเลียงออกซิเจนได้เต็มที่ เม็ดเลือดขาวทำลายสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น และเกล็ดเลือดซ่อมแซมรอยฉีกขาดในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • กระตุ้นการทำงานของไขกระดูก เปรียบเหมือนการออกกำลังกายให้กับไขกระดูกได้ทำงานดีขึ้น
  • ได้ตรวจสุขภาพทางอ้อม เพราะเมื่อมีการได้รับเลือดแล้ว ทางสภากาชาดจะต้องตรวจความสมบูรณ์ของเลือด ตรวจหาภาวะติดเชื้อต่างๆ เท่ากับผู้บริจาคได้รู้ภาวะสุขภาพของตนเองในขณะนั้นด้วย
  • ลดความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน การวิจัยในประเทศฟินแลนด์พบว่า การบริจาคโลหิตช่วยลดความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันในเพศชายได้ถึง 88 เปอร์เซ็นต์ เพราะโรคนี้มีความสัมพันธ์กับปริมาณธาตุเหล็กที่สะสมในร่างกาย หากมีสะสมมาก โอกาสเสี่ยงย่อมสูง เนื่องจากธาตุเหล็กส่งผลให้ไขมันทำปฏิกิริยาออกซิเจนจนหลอดเลือดตีบและกลายเป็นอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

การบริจาคเลือดจึงช่วยให้ร่างกายลดภาวการณ์สะสมธาตุเหล็ก ซึ่งเท่ากับลดความเสี่ยงโรคหัวใจลงด้วยนั่นเอง การบริจาคเลือดทุก 3 เดือน จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพดีขึ้นได้ด้วยตนเอง

ที่มา : นิตยสาร HEALTH & CUISINE ปีที่ 4 ฉบับที่ 47 ธันวาคม 2547 หน้า 32

 
 

Home | Beauty | Fashion | Health | Nutrition |Samunpai | Fitness |
Horoscop | Love | Star | Food | Tour | Question|Webboard | Link |



ติดต่อโฆษณา/Advertising
ได้ที่คุณนวพรรณ เมล์มาที่ naeko22@hotmail.com
ดูราคาได้ ที่นี่



Copyright (c) 2002-2003 Thaihealth.info .com All right reserved.
Contact us at Webmaster
Best view with IE4.0 and their higher version in 800x600 pixels

 "ผลลัพธ์ของคุณ คือหัวใจของเรา"

"สร้างรายได้จากที่บ้านเดือนละ 10,000 - 100,000 บาท ไช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว คุณก็ทำได้ !!!"

เกร็ดความรู้

ดื่มเพื่อลืมมะเร็ง



ผู้ที่ดื่มน้ำวันละ 6 แก้ว มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะเพียงครึ่งหนึ่งของผู้ที่ดื่มน้ำเพียงวันละแก้ว ส่วนพวกที่ดื่มน้ำวันละ 10 แก้วขึ้นไปเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด การดื่มนม ชา น้ำผลไม้ เบียร์ และอื่นๆ ก็พบว่าให้ผลดีคล้ายๆ กับการดื่มน้ำ แต่น้อยกว่า ทั้งนี้ยืนยันโดยรายงานผลการศึกษากลุ่มตัวอย่างชายเกือบ 48,000 คน เป็นเวลา 10 ปี โดยดอกเตอร์โดมินิค มิโชด์ นักวิจัยประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่บอสตัน ตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine เหตุผลที่การดื่มน้ำมากๆ ช่วยลดความเสี่ยงจากมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ ก็เพราะว่ามันทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น เป็นการขจัดสารก่อมะเร็งออกจากกระเพาะปัสสาวะและน้ำยังช่วยเจือจางปัสสาวะ อันเป็นการลดโอกาสที่สารก่อมะเร็งจะไปสัมผัสกับผนังของกระเพาะปัสสาวะ ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำที่จะทำให้คุณได้รับน้ำอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ดื่มน้ำหรือของเหลวอย่างอื่นๆ วันละ 8 แก้ว หรือมากกว่านั้น เป็นประจำทุกวัน ส่วนกาแฟ ชา หรือโคล่านั้นให้เทียบเท่ากับน้ำเพียงครึ่งแก้ว เพราะคาเฟอีนในเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นตัวเร่งการขับปัสสาวะออกจากร่างกาย นอกจากนั้นควรดื่มน้ำเพิ่มเติมจากปกติทุกครั้งที่คุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งการขับปัสสาวะที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง

ที่มา : หนังสือ ผักและสุขภาพ (Vegetatble & Health)

ผู้แต่ง : นิดดา หงษ์วิวัฒน์ และสุภาพรรณ เยี่ยมชัยภูม หน้า 130