ไม่อยากช้ำใจรีบตรวจภายใน รู้ผลไว มีโอกาสหายขาด 85%
"มะเร็งปากมดลูก" เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิงไทย พบมากใน ช่วงอายุ 35-50 ปี
ภาวะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก
- สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย ( ต่ำกว่า 18 ปี )
- มีคู่นอนหลายคน สำส่อนทางเพศ
- มีประวัติเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
สัญญาณเตือนภัย"มะเร็งปากมดลูก"
- ในระยะเริ่มแรกอาจไม่มีอาการเลยหรืออาจมีเลือดออกจากช่องคลอดเวลา มีเพศสัมพันธ์
- ประจำเดือนมาผิดปกติ , ตกขาวมีกลิ่น ปริมาณมาก สีผิดปกติ หรืออาจปนเลือด
การป้องกัน
- ตรวจภายในทุก 1 - 3 ปี
- ไม่สูบบุหรี่
- ใช้ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์เพื่อหลีกเลี่ยงโรคติดเชื้อทาง เพศสัมพันธ์
- ไปพบแพทย์ หากมีตกขาวผิดปกติหรือมีเลือดออกผิดปกติจาก ช่องคลอด
หากจะเอ่ยถึง"โรคาพยาธิ"ที่เขย่าขวัญ สั่นประสาท ไล่ทำร้ายทำลายชีวิตคุณผู้หญิงทั่วโลก ในเวลานี้เห็นทีจะไม่มี"จอมเพชฌฆาต"ตัวไหนจะแผลงฤทธิ์ร้ายแรงเท่า"เจ้ามะเร็งปากมดลูก" ( Cancer of Cervix)
จากข้อมูลของ"องค์การอนามัยโลก"( WHO) ระบุว่าในวันนี้"มะเร็งปากมดลูก"ยังคงเป็นภัยคุก คามอันดับหนึ่งสำหรับคุณผู้หญิงทั่วโลก โดยจะพบผู้ป่วยรายใหม่ปีละเกือบ 500,000 คนเสียชีวิตปี ละ 231,000 คน อีกทั้งยังพบว่าผู้โชคร้ายกว่า 80 % ล้วนพำนักอยู่ใน"ประเทศกำลัง พัฒนา"!!!
ขณะที่ในบ้านเราพบว่า"มะเร็งจอมเพชฌฆาต"เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของหญิงไทยเป็น อันดับหนึ่งเมื่อเทียบกับมะเร็งทั้งปวง ในแต่ละปีมันเล่นงานมดลูกหญิงไทยปีละกว่า 6,200 คนหรือ คิดเป็นอัตราป่วยแสนละ 20 คน มีอัตราเสียชีวิตสูงถึงปีละ 3,000 คน!!! เฉพาะค่าเยียวยาโรค ร้ายเฉลี่ยอยู่ที่คนละ 100,000 บาท หากรวมค่าสูญเสียทั้งหมดต่อผู้ป่วย 1 คนจะสูญเงินถึงคนละ 1 ล้านบาทเลยทีเดียว...!!!
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า"มะเร็งปากมดลูก"นับเป็นมฤตยูร้ายที่คุกคาม ทำลายชีวิตผู้หญิง ทั้งในบ้านเราและทั่วโลกอยู่ไม่ใช่น้อยและคงน่าสนใจถ้า"ทีมสกู๊ปแนวหน้า"จะขออาสาพาท่านผู้อ่าน เข้าไปเรียนรู้ถึงอุบัติการณ์แห่ง"มะเร็งร้าย"ตลอดจนหลักปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยงต่อ"เจ้ามฤตยู" ที่ล้างผลาญคร่ามดลูกผู้หญิงทั่วโลกอยู่ในขณะนี้
กล่าวสำหรับอุบัติการณ์ของ"มะเร็งปากมดลูก" นพ.ภานนท์ เกษมศานติ์ สูตินรีแพทย์ แผนก สูตินรีเวชกรรม โรงพยาบาลรามคำแหง เคยอธิบายไว้ว่า ถ้าถามว่ามะเร็งปากมดลูกเกิดจาก อะไร คงไม่มีใครเป็นพหูสูตรพอที่จะให้คำตอบได้ 100 % เพียงแต่มีหลักฐานทางวิทยา ศาสตร์การแพทย์บางประการชวนให้เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับปากมดลูกนั้นน่าจะมาจาก "สารก่อมะเร็ง" ( Carcinogen) บางชนิดที่ปากมดลูกต้องสัมผัสอยู่เสมอ
สารก่อมะเร็งที่ยืนยัน แล้วว่าเกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกคือ"เชื้อไวรัส HPV" (Human Papilloma Virus) การ เปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อปากมดลูกปกติ ไปเป็นมะเร็งนั้นใช้เวลาเป็นแรมปี(ประมาณ 3-5ปี)ไม่ ใช่แค่วันสองวัน
ดังนั้นหากคุณผู้หญิงได้รับการตรวจภายในประจำปีรับรองได้ว่าต้องพบความผิดปกติก่อนที่ปาก มดลูกจะเป็นมะเร็งแน่นอน อีกทั้งเมื่อพบแล้วการรักษาก็ไม่ยาก แถมหายขาดได้เป็นการชิงจังหวะ ลงมือก่อนไม่ยอมให้ถึงขั้นเป็นมะเร็ง คุณผู้หญิงก็จะปลอดโรคนี้ไปโดยปริยาย และถึงแม้ว่าปากมด ลูกจะเป็นอวัยวะภายในแต่โดยพฤตินัยแล้วเป็นเสมือนอวัยวะภายนอก ที่แพทย์สามารถตรวจได้ละ เอียดโดยไม่ต้องอาศัยวิธีพิเศษใดๆ มาช่วยมากนัก ไม่เหมือนกับอวัยวะภายในอื่นๆ เช่น ตับ ไต ลำไส้ รังไข่ ที่อยู่ในช่องท้องมองก็ไม่เห็น เวลาตรวจร่างกายก็ได้แต่เคาะๆ คลำๆ อวัยวะภายใน เหล่านั้นจึงยากแก่การตรวจหามะเร็งระยะเริ่มแรก พอป่วยกันมาทีก็มักจะเป็นมากแล้วพลอยทำให้ รักษายากไปด้วย
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือเหตุผลที่อธิบายว่าทำไมต่างประเทศที่พัฒนาแล้วจึงพบ"มะเร็ง ปากมดลูก"น้อยกว่าบ้านเราเพราะว่าคนของเขาเอาใจใส่ตัวเองหมั่นมาตรวจร่างกาย ผู้หญิงขยัน มาตรวจภายในประจำปีเมื่อปากมดลูกมีอาการเป็นอะไร เลยไม่ค่อยพบคนเป็นมะเร็งปากมดลูกสัก เท่าไหร่
สำหรับอาการบ่งชี้ว่ามดลูกมีปัญหานั้น นพ.ภานนท์ อธิบายว่าได้แก่อาการมีเลือดออก ตก ขาวหรือปวดในท้องน้อย นอกจากนั้นอาจคลำได้ก้อนเนื้อที่ท้องน้อยหรือมีกิจวัตรที่ผิดปกติไปเช่นการ ถ่ายอุจจาระลำบาก ปัสสาวะบ่อยขึ้นหรือกะปริดกะปรอย จากการที่ก้อนของปากมดลูกและตัวมดลูก โตไปกดทับอวัยวะเหล่านั้น เมื่อตรวจภายในจะพบก้อนเนื้อยื่นออกมาหรือไม่ก็เป็นแผลที่บริเวณปาก มดลูกในระยะแรก
ระยะต่อมาตัวก้อนมะเร็งจะลุกลามมาที่ช่องคลอดหรือบริเวณเนื้อเยื่อด้านข้าง ของคอมดลูก บางครั้งลามไปกดเบียดท่อไตที่ผ่านมาบริเวณข้างเคียง จนทำให้ปัสสาวะจากไตไหล ลงกระเพาะปัสสาวะลำบาก อาจเป็นผลให้กรวยไตหรือตัวไตขยายขนาด เนื่องจากมีการคั่งของปัส สาวะได้ หากเป็นระยะหลังๆ โรคมะเร็งนี้อาจลุกลามหรือกระจายไปที่อวัยวะอื่นๆ ได้ เช่น กระ เพาะปัสสาวะ , ลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง , ปอด , กระดูก ฯลฯ
เมื่อคุณหมอตรวจพบความผิดปกติดังกล่าวที่ปากมดลูกขั้นตอนมาตรฐานที่จำเป็นต้องตรวจเพิ่ม เติมก่อนให้การรักษาจะมีดังนี้คือการนำชิ้นเนื้อจากบริเวณปากมดลูกไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืน ยันว่าเป็นมะเร็ง ตรวจหาระยะที่แน่นอนของโรคมะเร็งที่เป็นอยู่ โดยการตรวจภายในโดยสูตินรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถ่ายภาพรังสี (เอกซเรย์) ปอด ถ่ายภาพรังสี (เอกซเรย์) หรืออัลตร้าซาวนด์ ตรวจดูไตและท่อไต ตรวจดูความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง โดยศัลย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หลังจากให้การวินิจฉัยและทราบระยะของโรคที่แน่นอนแล้วต่อไปคุณหมอจะแนะ นำแผนการรักษาที่เหมาะสมแก่เจ้าตัวและญาติผู้ใกล้ชิด
โดยมีหลักการรักษาคร่าวๆ คือหากเป็น โรคมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 1 หมายถึง ตัวโรคมะเร็งยังอยู่กับที่ไม่ลุกลามไปที่ใด คุณหมอมัก แนะนำวิธีการผ่าตัด นอกจากบางรายที่สุขภาพทั่วไปไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดจริงๆ ในการผ่าตัด คงจำเป็นต้องตัดทั้งตัวมดลูกออกไปพร้อมกับปากและคอมดลูก ส่วนรังไข่อาจเก็บรักษาไว้เพื่อผลิต ฮอร์โมนเพศหญิงต่อไปได้ ทั้งนี้ขึ้นกับอายุและพยาธิสภาพของโรค
นอกจากนี้อาจพิจารณาผ่าตัดเพิ่มเติมเช่นการเลาะต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกราน การตัดเนื้อ เยื่อบริเวณด้านข้างของคอมดลูก และการตัดช่องคลอดส่วนที่ติดกับปากมดลูกออกไปเพิ่มโดยจะพิ จารณาเป็นรายๆไปตามลักษณะการลุกลามของโรคเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ ในอนาคต
หากเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 2 เป็นต้นไป การรักษาหลักส่วนใหญ่ได้แก่การใช้รังสี รักษา (ร่วมกับเคมีบำบัดในบางกรณี) ซึ่งคุณหมอผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำให้ทราบอย่างละเอียดผลการ รักษามะเร็งของปากมดลูกขึ้นอยู่กับระยะของโรค ชนิดของโรคมะเร็ง สุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย และ ความร่วมมือในการรักษาเป็นสำคัญ แม้ทางการแพทย์สมัยใหม่ เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า มะเร็ง เหล่านี้มีโอกาสที่จะรักษาไม่หายหรือมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก แต่ด้วยแผนการรักษาที่ก้าวหน้าใน ปัจจุบันโอกาสรักษาจนหายขาดมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเป็นระยะแรกๆเช่น ระยะที่ 1 มีโอกาสหายขาดถึง 85 - 95 % ระยะที่ 2 ลดลงมาหน่อยเหลือ 60 -70 % เป็นต้น
จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่า"มะเร็งปากมดลูก"สามารถรักษาให้หายได้ ถ้าพบอุบัติการณ์ แห่งเนื้อร้ายในช่วงเริ่มต้น ดังนั้นคุณผู้หญิงทั้งหลายควรเดินเข้าไปหาคุณหมอตรวจมะเร็งปากมดลูก อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะไม่แน่ว่าบางที"จอมทำลายมดลูก" อาจกำลังจ้องเล่นงานคุณอยู่ !!!
ที่มาและภาพประกอบจาก
หนังสือพิมพ์แนวหน้า ปีที่ 10 ฉบับที่ 2675 วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2547 หน้า 5 |