เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยเพื่อคนไทย "You are what you eat =
เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย
กำจัดไขมัน 3-10 กิโล สะโพก ขา หน้าท้อง ตามหลักการแพทย์ ผอมถาวร!! ไม่ต้องใช้ยา!! เพื่อสุขภาพที่ดี
((ติดต่อโฆษณากับ Thaihealth.info คลิกอ่านรายละเอียดจากที่นี่ค่ะ ))
ปรับปรุงล่าสุด ! Thu, 8 December, 2005 9:19 PM ขณะนี้มีผู้

หน้าแรก

>> กรุณาคลิก <<
เพื่อสนับสนุนสปอนเซอร์

คิดว่าอยากเปลี่ยนตัวเองแล้วหรือยัง แก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะสาย เกินไป คลิกดูสิคะ!!!!


โรคอ้วนในเด็ก " น้องเอ อ้วนจ้ำม่ำ น่ารักจริง" เสียงเพื่อนบ้านทักทำให้คุณพ่อ คุณแม่ของน้องเอ เป็นปลื้มไม่น้อย เป็นการชมกลาย ๆว่าคุณพ่อ คุณแม่ดูแลเอาใจใส่ดี โดยเฉพาะทางด้านอาหารการกิน แต่คุณทราบหรือไม่ว่าเด็กอ้วนมีโอกาสที่จะเป็นผู้ใหญ่อ้วนได้ในอนาคตโดยเฉพาะในรายที่อ้วนจนถึงช่วงวัยรุ่น อ่านต่อ>>

 

สุขภาพลำไส้ใหญ่ วันนี้คุณรู้จักลำใหญ่ตัวเองดีพอหรือยัง? ลำไส้อักเสบ และเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และปัญหาที่หนักหน่วงที่สุดคือปัญหาท้องผูกในอเมริกาประเทศเดียวมีตัวเลขยืนยันได้ว่ามีคนอเมริกันถึง 70 ล้านคนที่เป็นโรคท้องผูก คนจำนวนนี้มีอาการมากขนาดต้องไปหาหมอแล้วที่ท้องผูกและกินยาระบายเองอยู่กับบ้าน อ่านต่อ...

 

 


 

 

 


 

ภัยร้าย-เด็กติดหวาน

พ่อแม่อาจมองไม่เห็นปัญหาของเด็กอ้วน เพราะอ้วนน่ารักมักบดบัง อ้วนอมโรคไว้โดยสิ้นเชิงจนเกิดโรคร้ายนั่นแหละ จึงจะรู้ว่าเลี้ยงลูกผิด กว่าจะแก้ไขได้ต้องใช้เวลาและเงินทองมากมาย บางรายก็เกือบสายเกินไป

เครือข่ายรณรงค์เด็กไทยไม่กินหวาน โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ให้ข้อมูลไว้ชัดเจนว่า สุขภาพเด็กไทยปัจจุบันเข้าขั้นวิกฤตเพราะพ่อแม่ขาดวินัยในการเลี้ยงลูก ปล่อยให้ติดขนมและนมหวานมากกว่าอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

จากผลสำรวจเด็กวัยต่ำกว่า 3 ปีพบว่า เด็กร้อยละ 73 กินนมรสหวานเป็นประจำ มีเพียงร้อยละ 27 ที่กินนมจืด ทำให้เด็กไทยวัย 3 ขวบเป็นโรคฟันผุมากถึงร้อยละ 68 และเด็กอายุไม่ถึงขวบก็เริ่มฟันผุแล้ว และเด็กที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติ 105 รายพบว่าเป็นโรคอ้วนถึง 65 ราย ขาดสารอาหาร 40 ราย ซึ่งเด็กอ้วนกลุ่มนี้ยังเป็นโรคเบาหวาน ไขมันเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หายใจลำบาก ข้อเข่ามีปัญหา ส่วนเด็กที่ขาดสารอาหารจะผอมเพราะน้ำตาลทำให้ไม่อยากกินอาหารที่มีประโยชน์อื่นๆ

คุณหมอสุริยเดว ทรีปาตี จากเครือข่ายรณรงค์เด็กไทยไม่กินหวาน แนะเคล็ด 10 วิธีป้องกันลูกติดหวานว่า

1. แม่ท้องต้องกินอาหารครบ 5 หมู่
2. เลี้ยงดูลูกด้วยนมแม่
3. ให้นมแม่ถึง 6 เดือน
4. เน้นอาหารเสริมแบบธรรมชาติเมื่อลูกอายุ 4-6 เดือน เช่น น้ำส้มคั้น กล้วยน้ำว้าสุกขูดบดละเอียด ถ้าเปลี่ยนเป็นนมผงควรให้นมผงที่ไม่เติมน้ำตาล น้ำผึ้งหรือสารที่ให้ความหวาน
5. ปรับอาหารตามวัย
6. ห้ามน้ำอัดลมและขนมถุง
7. เด็กโตแล้วควรทานเอง
8. ผลไม้สดคือ อาหารว่างที่ดี
9. ขนมไม่ใช่อาหารหลัก และขนมต้องไม่มีน้ำตาล


เมื่อรู้แล้วว่ากินหวานเป็นโทษ เกิดโรคมากมาย ดังนั้น เราควรใส่ใจดูแลลูกของเราตั้งแต่อยู่ในท้องจนเติบใหญ่ เพื่อสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดี



ข้อมูลจาก

หนังสือพิมพ์ข่าวสด

 

Home | Beauty | Fashion | Health | Nutrition |Samunpai | Fitness |
Horoscop | Love | Star | Food | Tour | Question|Webboard | Link |



ติดต่อโฆษณา/Advertising
ได้ที่คุณนวพรรณ เมล์มาที่ naeko22@hotmail.com
ดูราคาได้ ที่นี่



Copyright (c) 2002-2003 Thaihealth.info .com All right reserved.
Contact us at Webmaster
Best view with IE4.0 and their higher version in 800x600 pixels

 "ผลลัพธ์ของคุณ คือหัวใจของเรา"



"สร้างรายได้จากที่บ้านเดือนละ 10,000 - 100,000 บาท ไช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว คุณก็ทำได้ !!!"

เกร็ดความรู้

นมแม่ช่วยป้องกันลูกให้รอดพ้นโรคมะเร็งเม็ดโลหิตขาวทารก

ผลการวิจัยล่าสุด พบว่าการให้นมมารดาแก่ทารกเป็นเวลา 2-3 เดือน อาจช่วยลดความเสี่ยงทารกเป็นมะเร็งในเม็ดโลหิตขาวหรือลูคีเมีย

นักวิจัยระบุว่า ผลการศึกษา 14 ชิ้น ที่ทำขึ้นตั้งแต่ปี 2531 พบว่าการให้นมมารดาเป็นเวลานานๆ จะลดความเสี่ยงทารกเป็นลูคีเมียชนิดที่เป็นกันมากได้ถึง 24% แต่ถ้ามารดาคนใดไม่มีเวลานานนักในการให้นมลูก การให้นมเพียง 6 เดือน หรือต่ำกว่านั้น ก็ดูเหมือนว่าจะลดความเสี่ยงเป็นลูคีเมียลงได้ถึง 12%

นอกจากนี้ ยังมีผลการศึกษาชิ้นใหม่ ซึ่งเก็บข้อมูลในระดับนานาชาติจากเด็กกว่า 8,000 คน ที่เป็นมะเร็งในเม็ดโลหิตขาว ระบุอย่างหนักแน่นว่า นมมารดามีผลในเชิงป้องกันมะเร็งชนิดนี้ได้จริง นอกเหนือจากผลดีด้านอื่นๆ เช่น ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ นักวิจัยบอกว่า การเกิดมะเร็งเม็ดโลหิตขาวในทารก อาจเป็นเพราะภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติที่ตอบสนองต่อการติดเชื้อในวัยทารก ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญต่อการเกิดมะเร็งในเม็ดโลหิตขาวด้วย ดังนั้น การให้นมมารดาอาจจะเป็นการป้องกันภูมิคุ้มกันไม่ให้ผิดปกติ หรือทำให้ ภูมิคุ้มกันสามารถทำหน้าที่ของมันได้อย่างถูกต้อง

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ปีที่ 55 ฉบับที่ 17102 11/17/2004