เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยเพื่อคนไทย "You are what you eat =
เวปไซต์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย

กำจัดไขมัน 3-10 กิโล สะโพก ขา หน้าท้อง ตามหลักการแพทย์ ผอมถาวร!! ไม่ต้องใช้ยา!! เพื่อสุขภาพที่ดี
((ติดต่อโฆษณากับ Thaihealth.info คลิกอ่านรายละเอียดจากที่นี่ค่ะ ))

หน้าแรก

คิดว่าอยากเปลี่ยนตัวเองแล้วหรือยัง แก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะสาย เกินไป คลิกดูสิคะ!!!!

 

 

 


 

 

 

 

 


 

'ลิ้นหัวใจหย่อน'

ใจสั่น เจ็บหน้าอก หน้ามืด

เมื่อเร็ว ๆ นี้ผู้เขียนได้อ่านคำสัมภาษณ์ของดาราสาว “เกด–ธิญาดา พรรณบัว” โดยเธอตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวกรณีมีข่าวว่า เธอเป็นโรคหัวใจรั่ว ในอนาคตหากมีชีวิตคู่ อาจจะไม่สามารถมีลูกได้ โดยเธอตอบว่า ตัวเธอไม่ถึงกับเป็นโรคหัวใจรั่ว แค่ “ลิ้นหัวใจหย่อน” และเธอยังมีอีกอาการหนึ่งร่วมด้วย นั่นคือ “ไฟฟ้าลัดวงจร” บางทีอยู่เฉย ๆ หัวใจเต้นแรงมาก 150 ครั้งต่อ 1 นาที อาการเหมือนคนที่วิ่งมาแล้วเหนื่อยมาก ๆ บริเวณหน้าอกจะเต้นผลึบ ๆ เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว ทางคุณพ่อก็เป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ จะว่าเป็นกรรมพันธุ์ก็ว่าได้ ทั้งนี้คุณหมอแนะนำให้เธอไปรักษา วิธีอะไรก็ไม่รู้ อธิบายไม่ถูก เป็นภาษาทางแพทย์ แต่พอช่วงที่ไม่เป็นเธอก็ไม่อยากไปหาหมอ กลัวเจ็บด้วย อาการแบบนี้ถ้าปล่อยไว้แล้วมีลูก เวลาที่หัวใจเต้นแรงมาก ๆ อาจจะช็อกได้

ดังนั้นเพื่อให้ผู้อ่านได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับภาวะลิ้นหัวใจหย่อน “X-RAY สุขภาพ” จึงมาพูดคุยกับ รศ.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ อาจารย์ประจำหน่วยโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

รศ.นพ.สรณ อธิบาย ภาวะลิ้นหัวใจหย่อนว่า เป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยปกติลิ้นหัวใจจะทำหน้าที่ทำให้เลือดไหลเวียนทางเดียว เหมือนบานประตูและตัวประตู กั้นระหว่างหัวใจห้องบนซ้ายกับห้องล่างซ้าย เมื่อลิ้นหัวใจหย่อนก็เหมือนกับตัวประตูเริ่มบานออก

ภาวะดังกล่าวมักจะพบในผู้ป่วย 2 กลุ่ม โดย กลุ่มแรกพบใน ผู้ชายวัยกลางคน อายุประมาณ 40-50 ปีขึ้นไป เมื่อลิ้นหัวใจหย่อนและบานออก ทำให้ลิ้นหัวใจรั่ว ทำให้เลือดไหลย้อนเข้ามาสู่หัวใจห้องบนซ้าย และเข้าไปในปอด ทำให้เกิดอาการเหนื่อย ซึ่งการรักษาอาจจะต้องทำการผ่าตัดและเย็บซ่อม หรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ กลุ่มที่สองเป็นผู้หญิงวัยสาว ๆ อายุประมาณ 20-30 ปี ที่มีอาการลิ้นหัวใจหย่อน จนทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก ใจสั่นหวิว ๆ หน้ามืด เหงื่อแตก เหมือนคนกลัวอะไรง่าย หรือตกใจง่าย เหนื่อยง่าย โดยไม่มีสาเหตุ ไม่ทำอะไรก็เหนื่อย คิดมากก็เหนื่อย

ในผู้หญิงที่ลิ้นหัวใจหย่อนแต่ไม่ได้รั่ว ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย แต่จะมีอาการใจสั่น ใจหวิว ซึ่งทำให้เกิดความรำคาญ คล้าย ๆ กับไม่สบายใจอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่เป็นอันตรายอะไร ถ้าเป็นในผู้ชายวัยกลางคนขึ้นไปลิ้นหัวใจจะรั่วมากขึ้น คนไข้จะมีอาการเหนื่อยมากขึ้น ทำให้หัวใจโต ในที่สุดต้องผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ

ลิ้นหัวใจหย่อน เป็นภาวะที่ลิ้นหัวใจเปลี่ยนไปตามธรรมชาติของคนนั้น ๆ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากพันธุกรรม

ส่วนที่มีการระบุว่าถ้าปล่อยให้มีลูก เวลาที่หัวใจเต้นแรงมาก ๆ อาจจะช็อกได้นั้น รศ.นพ.สรณ อธิบายว่า ก็เป็นไปได้ในผู้หญิง กลุ่มหนึ่งลิ้นหัวใจรั่วได้เช่นกันเหมือน ในผู้ ชายเมื่อมีลิ้นหัวใจรั่ว เวลาคนท้องน้ำหนักจะขึ้น ปริมาณเลือดที่ไหลเวียนในร่างกายก็จะเพิ่มมากขึ้น ทำให้หัวใจโตมากขึ้นและรั่วมากขึ้น ความดันในปอดก็จะไหลกลับมาที่ปอดมากขึ้น ทำให้น้ำท่วมปอดได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าคนกลุ่มนี้ลิ้นหัวใจรั่วมาก ๆ ถ้าเป็นผู้หญิงมักจะแนะนำไม่ให้ท้อง เพราะถ้าท้องทุกอย่างจะทำให้หัวใจแย่ลง โดยเฉพาะคนบางคนที่เลือดเข้าไปในปอดเยอะมาก ทำให้ความดันในปอดสูง การท้องหรือมีเด็กจะทำให้ความดันในปอดยิ่งสูงมากขึ้นและอาจทำให้หัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ทั้งแม่และลูก ก็เลยมีความจำเป็นว่า ในคนบางคน ไม่ควรจะท้อง แต่พูดในภาพรวมไม่ได้ว่าทุกคนต้องเป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะอาการคนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน การรักษาต้องเป็นไปตามอาการของแต่ละคน ถ้าลิ้นหัวใจหย่อนเฉย ๆ ไม่ถึงขั้นลิ้นหัวใจรั่วก็น่าจะยังมีลูกได้

ภาวะลิ้นหัวใจหย่อนสามารถรักษาได้ โดยมากแพทย์จะให้การรักษาคนไข้ตามอาการ สมมุติว่า หัวใจเต้นเร็วมาก ตกใจง่าย ก็อาจจะให้ยาแก้ตกใจ หรือบางครั้งอาจจะให้ยาเพื่อให้หัวใจเต้นช้าลง ส่วนใหญ่จะเป็นการปลอบประโลมมากกว่า ว่าไม่เป็นไรหรอก เพราะถึงแม้จะเจ็บ ก็ปล่อยให้มันเจ็บไป ถึงแม้จะรำคาญ แต่ไม่ถึงกับเสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นอาการที่มาร่วมกัน บางคนระบบประสาทอัตโนมัติทำงานมาก พอเจ็บปุ๊บ หัวใจจะเต้นเร็ว ดังนั้นการรักษาจะเป็นการรักษาระบบประสาทอัตโนมัติที่ตามมา คือ การให้ยาปรับหัวใจที่เต้นเร็วให้ช้าลง หรือให้ยาแก้ปวดร่วมด้วย ในคนที่ลิ้นหัวใจรั่วมากอาจจะต้องให้ยาเพื่อให้การไหลเวียนของโลหิตไม่ย้อนกลับบ่อยนัก เป็นยากลุ่มลดแรงต้านให้น้อยลงและทำให้ลิ้นหัวใจรั่วน้อยลง

ส่วนกรณีที่มีภาวะไฟฟ้าลัดวงจรร่วมด้วยนั้น รศ.นพ.สรณ บอกว่า เป็นคนละโรค แต่เป็นภาวะที่เกิดร่วมกันได้ หมายความว่า คนไข้มี 2 ภาวะ หรือ 2 พยาธิสภาพ คือ มีภาวะลิ้นหัวใจหย่อน ร่วมกับ ภาวะไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ซึ่งการรักษาคนไข้กรณีที่มีไฟฟ้าลัดวงจรร่วมด้วย จะต้องมีการกินยาร่วมกับการหาจุดที่ไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนใหญ่มักจะใส่สายเข้าไปในหัวใจเพื่อหาจุดที่ไฟฟ้าลัดวงจรอยู่ตรงไหน

กรณีที่มีไฟฟ้าลัดวงจร ลิ้นหัวใจของคนไข้อาจไม่ได้รั่วมาก แต่อาการที่ปรากฏเป็นอาการของไฟฟ้าลัดวงจรเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะท้องก็ท้องได้ไม่เกี่ยวกัน หมายความว่า การที่มีหัวใจหย่อน และไฟฟ้าลัดวงจรไม่เกี่ยวกับการมีลูก มีลูกได้ ไม่เป็นไร อย่างไรก็ตามถ้าใจสั่นบ่อย เต้นเร็วมากต้องพยายามหาตำแหน่งที่ไฟฟ้าลัดวงจร โดยใช้คลื่นสะท้อนเข้าไปทำลายการลัดวงจรและทำให้คนไข้หายใจสั่นหรือหายแน่นหน้าอกได้บ้าง

การวินิจฉัย ทำได้โดยการตรวจด้วยเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจด้วยเครื่องเสียงสะท้อนหัวใจ หรืออัลตราซาวด์หัวใจ ที่เรียกว่า echocardiogram หรืออาจจะต้องติดเครื่องไว้ 24 ชั่วโมง เพื่อดูจังหวะการเต้นของหัวใจว่า เป็นหัวใจเต้นเร็วชนิดไหน

ท้ายนี้ขอฝากว่า คนที่มีภาวะลิ้นหัวใจหย่อนไม่ต้องตกใจ ลิ้นหัวใจหย่อน มิใช่ภาวะที่เป็นอันตรายนัก คนไข้สามารถมีลูกได้ หากมีอาการตามที่กล่าวในข้างต้นควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษา.

 

suwat_krub@hotmail.com

ที่มา :


ข้อมูลและภาพประกอบจาก



Home | Beauty | Fashion | Health | Nutrition |Samunpai | Fitness |
Horoscop | Love | Star | Food | Tour | Question|Webboard | Link |


Link Exchange
ใครอยากแลก Link กับเรา เมล์มาได้นะจ้ะที่ ...thaihealth.info@gmail.com



Copyright (c) 2002-2003 Thaihealth.info .com All right reserved.
Contact us at Webmaster
Best view with IE4.0 and their higher version in 800x600 pixels


 "ผลลัพธ์ของคุณ คือหัวใจของเรา"

สิ่งที่กระทำในอดีต คือ สิ่งที่ได้รับในวันนี้